Siamnaliga

กระดานสนทนา : Forums => กระดานคุยกันเรื่องนาฬิกา => Topic started by: lonely on July 17, 2020, 10:01:37 pm

Title: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: lonely on July 17, 2020, 10:01:37 pm
สอบถามผู้รู้ทุกท่านครับ

นาฬิกาดำนำ แบรนด์รองๆ 3 แบรนด์นี้
โดยชื่อชั้นของแบรนด์ & คุณภาพ & ประสิทธิภาพแล้ว = เรือนไหนน่าสนใจสุด หรือ คุ้มค่า คุ้มราคาสุดครับ
ขอบคุณทุกท่านล่วงหน้าสำหรับคำตอบครับ


1. Longines HydroConquest automatic

(http://image.free.in.th/v/2013/ih/200717025927.jpg) (http://picture.in.th/id/bf9409491e9d10bbd210d781b69d51a5)


2. Mido Ocean Star Diver Chronometer


(http://image.free.in.th/v/2013/ii/200717030107.jpg) (http://picture.in.th/id/5df16411b85a3029665bc4e3b868fe73)

3. Steinhart OCEAN One 39 Black
(http://image.free.in.th/v/2013/ij/200717030132.jpg) (http://picture.in.th/id/7e24600f571b29d0d1adb577884448d7)

Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: Tanz on July 17, 2020, 10:58:45 pm
ชื่อชั้นของแบรนด์ 1 2 3


คุณภาพ 1 กับ 2 อยู่ใน swatch group ส่วน 3 เป็นแบรนด์เยอรมัน
1 ใช้เครื่อง l888.2 หรือ ETA A31.l01 ซึ่งเป็นรุ่นปรับปรุงของ 2892 มีสายใย SI
2 ใช้เครื่อง cal.80SI หรือ ETA C07.821 ซึ่งเป็นรุ่นปรับปรุงของ 2824 มีสายใย SI และเป็น Chronometer
3 ใช้เครื่อง ETA 2824 หรือ sellita sw200


ความเห็นส่วนตัวคือ 1 ใช้เครื่องดีที่สุดแต่ไม่เป็นโครโนมิเตอร์ 2 ใช้เครื่องรองลงมาแต่เป็นโครโนมิเตอร์ และ 3 ใช้เครื่องswissธรรมดา ถ้าคุณชอบโครโนมิเตอร์ก็เลือกโครโรนมิเตอร์ ถ้าคุณไม่สตริคมากเรื่องโครโนมิเตอร์ก็ควรเลือก 1 แต่ถ้าคุณต้องการนาฬิกามาตรฐาน swiss เพียงเท่านั้น เลือก 3 ครับ


ความคุ้มค่าอยู่ที่งบประมาณที่คุณพร้อมจะจ่าย ราคามันไล่กันจากสูงลงต่ำลำดับคือ 1 2 3 คุณพร้อมจ่ายราคาไหนเรือนนั้นก็คือคุ้มครับ อีกอย่างผมไม่เอาวัสดุมาพิจารณาเพราะ 1 กับ 2 ใกล้กันมาก ส่วน 3 ก็ตามราคา การกันน้ำลึกมากลึกน้อย ผมเห็นว่าคุณคงไม่ใช่นาฬิกาแบบนี้ดำน้ำลึกเกิน 30 เมตรมั๊งครับ และน่าจะใช้งานแบบธรรมดาในชีวิตประจำวันเสียมากกว่า จริง ๆ ยังมีเรื่องความถี่ กำลังสำรอง คุณลองไปหาเอาเองนะครับแล้วชั่งใจดู มีความสุขกับนาฬิกาเรือนใหม่มาก ๆ นะครับ^^
Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: lonely on July 18, 2020, 07:37:08 am
ชื่อชั้นของแบรนด์ 1 2 3


คุณภาพ 1 กับ 2 อยู่ใน swatch group ส่วน 3 เป็นแบรนด์เยอรมัน
1 ใช้เครื่อง l888.2 หรือ ETA A31.l01 ซึ่งเป็นรุ่นปรับปรุงของ 2892 มีสายใย SI
2 ใช้เครื่อง cal.80SI หรือ ETA C07.821 ซึ่งเป็นรุ่นปรับปรุงของ 2824 มีสายใย SI และเป็น Chronometer
3 ใช้เครื่อง ETA 2824 หรือ sellita sw200


ความเห็นส่วนตัวคือ 1 ใช้เครื่องดีที่สุดแต่ไม่เป็นโครโนมิเตอร์ 2 ใช้เครื่องรองลงมาแต่เป็นโครโนมิเตอร์ และ 3 ใช้เครื่องswissธรรมดา ถ้าคุณชอบโครโนมิเตอร์ก็เลือกโครโรนมิเตอร์ ถ้าคุณไม่สตริคมากเรื่องโครโนมิเตอร์ก็ควรเลือก 1 แต่ถ้าคุณต้องการนาฬิกามาตรฐาน swiss เพียงเท่านั้น เลือก 3 ครับ


ความคุ้มค่าอยู่ที่งบประมาณที่คุณพร้อมจะจ่าย ราคามันไล่กันจากสูงลงต่ำลำดับคือ 1 2 3 คุณพร้อมจ่ายราคาไหนเรือนนั้นก็คือคุ้มครับ อีกอย่างผมไม่เอาวัสดุมาพิจารณาเพราะ 1 กับ 2 ใกล้กันมาก ส่วน 3 ก็ตามราคา การกันน้ำลึกมากลึกน้อย ผมเห็นว่าคุณคงไม่ใช่นาฬิกาแบบนี้ดำน้ำลึกเกิน 30 เมตรมั๊งครับ และน่าจะใช้งานแบบธรรมดาในชีวิตประจำวันเสียมากกว่า จริง ๆ ยังมีเรื่องความถี่ กำลังสำรอง คุณลองไปหาเอาเองนะครับแล้วชั่งใจดู มีความสุขกับนาฬิกาเรือนใหม่มาก ๆ นะครับ^^
1.  แบรนด์ 1 กับ 2 อยู่ใน swatch group เหมือนกับ
โดยลำดับแบรนด์ ระหว่าง Mido กับ Longines นั้นทาง Swatch Group วางตำแหน่งแบรนด์ไหนไว้สูงกว่ากันครับ


2. ไม่เอาวัสดุมาพิจารณาเพราะ 1 กับ 2 ใกล้กันมาก ส่วน 3 ก็ตามราคา
แบรนด์ Steinhart = วัสดุ มันด้อยกว่า Mido, Longines มากไหมครับ ??3. ส่วนเรื่องกลไก ก็เบสมาจาก ETA รุ่นเนื้อดี พิมพ์นิยมทั้งหมด (2892 A2 ?? , 2824-2 ?? )เพียงแต่ Mido สำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 80 ชม. = น่าสนใจมากครับ  :D
ถ้าเรื่องหน้าตา & เข็ม = ชอบ Steinhart ครับ
แต่แบรนด์ Mido = คุ้นหูกว่าอ่ะครับ   ;)
Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: Tanz on July 18, 2020, 09:38:13 am
ชื่อชั้นของแบรนด์ 1 2 3


คุณภาพ 1 กับ 2 อยู่ใน swatch group ส่วน 3 เป็นแบรนด์เยอรมัน
1 ใช้เครื่อง l888.2 หรือ ETA A31.l01 ซึ่งเป็นรุ่นปรับปรุงของ 2892 มีสายใย SI
2 ใช้เครื่อง cal.80SI หรือ ETA C07.821 ซึ่งเป็นรุ่นปรับปรุงของ 2824 มีสายใย SI และเป็น Chronometer
3 ใช้เครื่อง ETA 2824 หรือ sellita sw200


ความเห็นส่วนตัวคือ 1 ใช้เครื่องดีที่สุดแต่ไม่เป็นโครโนมิเตอร์ 2 ใช้เครื่องรองลงมาแต่เป็นโครโนมิเตอร์ และ 3 ใช้เครื่องswissธรรมดา ถ้าคุณชอบโครโนมิเตอร์ก็เลือกโครโรนมิเตอร์ ถ้าคุณไม่สตริคมากเรื่องโครโนมิเตอร์ก็ควรเลือก 1 แต่ถ้าคุณต้องการนาฬิกามาตรฐาน swiss เพียงเท่านั้น เลือก 3 ครับ


ความคุ้มค่าอยู่ที่งบประมาณที่คุณพร้อมจะจ่าย ราคามันไล่กันจากสูงลงต่ำลำดับคือ 1 2 3 คุณพร้อมจ่ายราคาไหนเรือนนั้นก็คือคุ้มครับ อีกอย่างผมไม่เอาวัสดุมาพิจารณาเพราะ 1 กับ 2 ใกล้กันมาก ส่วน 3 ก็ตามราคา การกันน้ำลึกมากลึกน้อย ผมเห็นว่าคุณคงไม่ใช่นาฬิกาแบบนี้ดำน้ำลึกเกิน 30 เมตรมั๊งครับ และน่าจะใช้งานแบบธรรมดาในชีวิตประจำวันเสียมากกว่า จริง ๆ ยังมีเรื่องความถี่ กำลังสำรอง คุณลองไปหาเอาเองนะครับแล้วชั่งใจดู มีความสุขกับนาฬิกาเรือนใหม่มาก ๆ นะครับ^^
1.  แบรนด์ 1 กับ 2 อยู่ใน swatch group เหมือนกับ
โดยลำดับแบรนด์ ระหว่าง Mido กับ Longines นั้นทาง Swatch Group วางตำแหน่งแบรนด์ไหนไว้สูงกว่ากันครับ


2. ไม่เอาวัสดุมาพิจารณาเพราะ 1 กับ 2 ใกล้กันมาก ส่วน 3 ก็ตามราคา
แบรนด์ Steinhart = วัสดุ มันด้อยกว่า Mido, Longines มากไหมครับ ??3. ส่วนเรื่องกลไก ก็เบสมาจาก ETA รุ่นเนื้อดี พิมพ์นิยมทั้งหมด (2892 A2 ?? , 2824-2 ?? )เพียงแต่ Mido สำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 80 ชม. = น่าสนใจมากครับ  :D
ถ้าเรื่องหน้าตา & เข็ม = ชอบ Steinhart ครับ
แต่แบรนด์ Mido = คุ้นหูกว่าอ่ะครับ   ;)




1.เคยอ่านเจอว่า swatch group จัดลำดับชั้นให้ Longines อยู่เหนือกว่า Mido


2.วัสดุผลิตนาฬิกานั้นถ้าอยู่ในมาตรฐานนาฬิกา swiss ก็ไม่แตกต่างกัน ที่แตกต่างกันคือการขัดแต่ง ฝีมือประกอบ การสำรองอะไหล่ เรื่องกลไกนาฬิกา กลไกพื้นฐานนั้นผลิตตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 70 - 80 ส่วนกลไกที่พัฒนาใหม่นั้นอยู่ในช่วงประมาณปี 2010 ระยะเวลาห่างกันถึง 30 - 40 ปี เทคโนโลยี่และวัสดุ การออกแบบกลไกก้าวหน้าไปไกลมาก ถ้าคุณลองหารายละเอียดดีดี มันมีมากกว่าพลังงานสำรองอีกเยอะครับ


เล่นนาฬิกาให้มีความสุข ทำตามความพอใจครับ อยู่กับอะไรแล้วมีความสุขก็เลือกสิ่งนั้น ข้อมูลใหม่เทคโนโลยี่ใหม่อาจฟังดูหรูและแตกต่าง แต่ถ้าสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่คุณสนใจและมีผลกับการใช้งานของคุณแล้ว มันก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใดครับ.
Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: lonely on July 18, 2020, 10:01:40 am
----การสำรองอะไหล่

3 แบรนด์นี้ เมื่อถึงเวลาต้องซ่อมแซมตามอายุการใช้งาน สมมุติซ่อมร้านทั่วๆ ไป
แต่อะไหล่เบิกศูนย์เหมือนกันหมด
แบรนด์ไหน ความแพร่หลายของอะไหล่ & ราคาอะไหล่ ไม่โหดร้ายจนเกินไปบ้างครับ


----เรื่องกลไกนาฬิกา กลไกพื้นฐานนั้นผลิตตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 70 - 80
ส่วนกลไกที่พัฒนาใหม่นั้นอยู่ในช่วงประมาณปี 2010 ระยะเวลาห่างกันถึง 30 - 40 ปี
เทคโนโลยี่และวัสดุ การออกแบบกลไกก้าวหน้าไปไกลมาก ถ้าคุณลองหารายละเอียดดีดี มันมีมากกว่าพลังงานสำรองอีกเยอะครับ

โปรดประทานบอก รายละเอียดที่สำคัญๆ ของกลไกทั้ง 3 ตัวนี้ ที่ผ่านการพัฒนามาแล้วด้วยครับ
ขอบคุณครับ
Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: Tanz on July 18, 2020, 10:52:10 am
----การสำรองอะไหล่

3 แบรนด์นี้ เมื่อถึงเวลาต้องซ่อมแซมตามอายุการใช้งาน สมมุติซ่อมร้านทั่วๆ ไป
แต่อะไหล่เบิกศูนย์เหมือนกันหมด
แบรนด์ไหน ความแพร่หลายของอะไหล่ & ราคาอะไหล่ ไม่โหดร้ายจนเกินไปบ้างครับ


----เรื่องกลไกนาฬิกา กลไกพื้นฐานนั้นผลิตตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 70 - 80
ส่วนกลไกที่พัฒนาใหม่นั้นอยู่ในช่วงประมาณปี 2010 ระยะเวลาห่างกันถึง 30 - 40 ปี
เทคโนโลยี่และวัสดุ การออกแบบกลไกก้าวหน้าไปไกลมาก ถ้าคุณลองหารายละเอียดดีดี มันมีมากกว่าพลังงานสำรองอีกเยอะครับ

โปรดประทานบอก รายละเอียดที่สำคัญๆ ของกลไกทั้ง 3 ตัวนี้ ที่ผ่านการพัฒนามาแล้วด้วยครับ
ขอบคุณครับ


บางทีคำว่า “อะไหล่” มันไม่ได้หมายความถึงเพียงแค่ อะไหล่ภายในเครื่องแต่เพียงอย่างเดียว เม็ดมะยม กระจก ซีล อะไรพวกนี้ก็คืออะไหล่ในความหมายนี้ด้วย ทั้งสามตัวที่คุณยกมานั้นเครื่องกลไกถือว่าแพร่หลาย เป็นเครื่องมาตรฐานนิยมใช้กันโดยทั่ว ราคาพอสมควร มี AD สนับสนุนอยู่ก็คงไม่น่าเป็นห่วงเท่าใดนัก เรื่องความโหดร้ายนั้นผมเห็นว่า ถ้านาฬิกาเรื่อนโปรดเรือนรักมันซ่อมไม่ได้ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดนั้นแหละคือความโหดร้ายครับ นอกนั้นผมว่าไม่โหดสักเท่าใดตราบเท่าที่ยังซ่อมได้


ส่วนเรื่องรายละเอียดนั้น ผมเองก็ไม่ใช่ช่างนาฬิกา อ่านข้อมูลที่เค้าวิจารณ์วิจัยเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างอธิบายไปก็อาจจะผิด ผมถึงอยากให้คุณหาอ่านเองไงล่ะครับ เข้าใจว่าอย่างไรก็มาอธิบายแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกัน
Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: sNoop on July 18, 2020, 11:42:14 am
เอาหน้าตาล้วน ๆ ผมชอบ 2 ครับ
Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: กวน มึน เมา on July 18, 2020, 01:45:17 pm
สุดคุ้มผมเอา2ด้วยเหมือนกันครับ
Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: Tanz on July 18, 2020, 04:45:29 pm
อิอิ ผมไม่เลือกซักกะเรือนเลยครับ ไม่ใช่เรื่องคุ้มไม่คุ้ม สวยไม่สวยหรอกนะครับ แต่ทั้งใหญ่ทั้งหนัก ไม่ใช่สไตล์ผมเลยแหละครับ ^^
Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: lonely on July 18, 2020, 07:06:19 pm
อิอิ ผมไม่เลือกซักกะเรือนเลยครับ ไม่ใช่เรื่องคุ้มไม่คุ้ม สวยไม่สวยหรอกนะครับ แต่ทั้งใหญ่ทั้งหนัก ไม่ใช่สไตล์ผมเลยแหละครับ ^^
ทั้ง 3 เรือนด้านบนนี้ = ถ้าหน้าตา & เข็มแบบนี้ แต่เป็นตัวเรือน & สาย Titanium ไหมครับ
Steinhart มีรุ่น Titanium แต่ไม่ชอบเข็มทรงนี้อ่ะครับ
(http://image.free.in.th/v/2013/im/200718120645.jpg) (http://picture.in.th/id/778ab7229a6828d5f987bce72cc3567c)
Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: Tanz on July 18, 2020, 08:02:07 pm
อิอิ ผมไม่เลือกซักกะเรือนเลยครับ ไม่ใช่เรื่องคุ้มไม่คุ้ม สวยไม่สวยหรอกนะครับ แต่ทั้งใหญ่ทั้งหนัก ไม่ใช่สไตล์ผมเลยแหละครับ ^^
ทั้ง 3 เรือนด้านบนนี้ = ถ้าหน้าตา & เข็มแบบนี้ แต่เป็นตัวเรือน & สาย Titanium ไหมครับ
Steinhart มีรุ่น Titanium แต่ไม่ชอบเข็มทรงนี้อ่ะครับ
(http://image.free.in.th/v/2013/im/200718120645.jpg) (http://picture.in.th/id/778ab7229a6828d5f987bce72cc3567c)



อันนี้ไม่ทราบ คงต้องลองค้นหาหรือไม่ก็ลองถามไปที่ AD นะครับ
ส่วนตัวแล้วไม่ชอบนาฬิกาหน้ากว้าง ๆ เพราะไม่คุ้นเคย ใช้แล้วรู้สึกเกะกะ
ไทเทเนี่ยมก็เบาดี ข้อเสียก็คือมันดูดีเฉพาะตอนที่ยังใหม่ ๆ ไร้ริ้วรอย
พอใช้งานไปสักพักริ้วรอยมาเต็ม ขัดก็ยาก ไม่ค่อยออก ขัดออกก็ดูโล้น ๆ ยังไงไม่รู้
ดูเก่าเร็วกว่า ST ด้วยซ้ำไป ถ้าจะใช้ไทเทฯจริง ๆ ควรเลือก เกรด5 จะดีมากครับ.





Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: กวน มึน เมา on July 18, 2020, 09:45:50 pm
อีกยี่ห้อนึงที่ผมชอบคือ Deep Blue ครับ แต่ต้องดูเป็นรุ่นๆไป
Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: lonely on July 19, 2020, 09:59:09 am
อีกยี่ห้อนึงที่ผมชอบคือ Deep Blue ครับ แต่ต้องดูเป็นรุ่นๆไป
Deep Blue เป็นแบรนด์ของประเทศอะไรครับ & มีรุ่นไหนแนะนำไหมครับ & มี AD ในไทยไหมครับ
เรือนนี้เป็นแบบ Gas Light ก็สวยดีเหมือนกันครับ, ขอบหมุนได้คล้ายๆ ของนาฬิกา Marathon

(http://image.free.in.th/v/2013/ij/200719025842.jpg) (http://picture.in.th/id/b2453cf17e3265580b6afe96c463cbdd)
Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: Crypt on July 20, 2020, 04:32:03 pm
เคยจับตัวเรือนกับสาย   รู้สึกว่า mido งานดีกว่า longines  คือจับแล้ว เนียนๆ ลบเหลี่ยมคมหมด  ส่วน longines จะมีส่วนคมๆ หน่อย โดยเฉพาะตรง clown guard ทำให้ตั้งเวลายาก กับ Buckleสายแกะถอดยาก (ใช้เล็บแงะ กลัวเล็บหลุด :P )  ส่วน bezel เป็น ceramic ทั้งคู่ 
หน้าDial นี่แล้วแต่ชอบเลยครับ


เครื่องและกลไก  longines สูงกว่า mido  แต่ mido มีchronometer ตามที่พี่ข้างบนบอก   
แต่มีข้อต่างอีกอย่าง longines เข็มวิเดิน 7 beat/วินาที  เดินเนียนกว่า mido ซึ่งเดิน 6 beat/วินาที(เท่ากับseiko)
และ longies มี power reserve ประมาณ 64 ชม. แต่ mido มี power reserve ประมาณเกือบ 80  ชม.

แบรนด์ Steinhart เป็นแบรนด์ล่างกว่า และ ถูกกว่า  สเปคน้อยกว่า
ผมไม่เคยจับตัวเรือน Steinhart  แต่เคยหาข้อมูล(มีครั้งหนึ่งอย่างได้ เลยอ่านศึกษาตามเวบ)  เห็นฝรั่ง complain ว่าตัว Buckle ที่สาย มันก๋องแก๋ง
กับ design ตัวเรือนถึงช่วง lug  ค่อนข้างแบน  ไม่โค้งรับกับแขนเท่าที่ควร  ถ้าข้อมือเล็กๆ เวลาใส่จะมีช่องว่าง ไม่ค่อยสวย



แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น  ทั้งหมดเป็นแค่ข้อมูล ข้อเสนอแนะ   การตัดสินใจ ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ความพึงพอใจ งบประมาณครับ





Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: lonely on July 20, 2020, 08:11:24 pm
เคยจับตัวเรือนกับสาย   รู้สึกว่า mido งานดีกว่า longines  คือจับแล้ว เนียนๆ ลบเหลี่ยมคมหมด  ส่วน longines จะมีส่วนคมๆ หน่อย โดยเฉพาะตรง clown guard ทำให้ตั้งเวลายาก กับ Buckleสายแกะถอดยาก (ใช้เล็บแงะ กลัวเล็บหลุด :P )  ส่วน bezel เป็น ceramic ทั้งคู่ 
หน้าDial นี่แล้วแต่ชอบเลยครับ


เครื่องและกลไก  longines สูงกว่า mido  แต่ mido มีchronometer ตามที่พี่ข้างบนบอก   
แต่มีข้อต่างอีกอย่าง longines เข็มวิเดิน 7 beat/วินาที  เดินเนียนกว่า mido ซึ่งเดิน 6 beat/วินาที(เท่ากับseiko)
และ longies มี power reserve ประมาณ 64 ชม. แต่ mido มี power reserve ประมาณเกือบ 80  ชม.

แบรนด์ Steinhart เป็นแบรนด์ล่างกว่า และ ถูกกว่า  สเปคน้อยกว่า
ผมไม่เคยจับตัวเรือน Steinhart  แต่เคยหาข้อมูล(มีครั้งหนึ่งอย่างได้ เลยอ่านศึกษาตามเวบ)  เห็นฝรั่ง complain ว่าตัว Buckle ที่สาย มันก๋องแก๋ง
กับ design ตัวเรือนถึงช่วง lug  ค่อนข้างแบน  ไม่โค้งรับกับแขนเท่าที่ควร  ถ้าข้อมือเล็กๆ เวลาใส่จะมีช่องว่าง ไม่ค่อยสวย



แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น  ทั้งหมดเป็นแค่ข้อมูล ข้อเสนอแนะ   การตัดสินใจ ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ความพึงพอใจ งบประมาณครับ

มีข้อสงสัยตรงเรื่องกลไกครับ[/font]

Mido Ocean Star = ใช้เบสจาก [/font]ETA 2824-2 ซึ่งทำงานที่ 28,800 รอบ
น่าจะเป็นเครื่อง 8 Beat ?? ทั้งคู่[/font]

ส่วน [/font]longines = น่าจะใช้เบสจาก ETA 2892-A2 ซึ่งทำงานที่ 28,800 รอบ[/font]น่าจะเป็นเครื่อง 8 Beat ?? ทั้งคู่[/font]

ส่วนเรื่อง Buckle ของ Steinhart[/font]ผมเคยเห็นแต่ในรูป = ก็ดูเหมือนแน่นหนาดีครับ ??[/font]

ปล. ผมว่า Webboard มีปัญหา Font Size พิมพ์ธรรมดากลายเป็นตัวเล็กจิ๋ว ต้องขยายขนาด Font[/font]
หรือ FireFox ของผมมีปัญหา ??
[/font]

 
Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: Crypt on July 21, 2020, 03:05:39 pm

 มีข้อสงสัยตรงเรื่องกลไกครับ

Mido Ocean Star = ใช้เบสจากETA 2824-2 ซึ่งทำงานที่ 28,800 รอบ
น่าจะเป็นเครื่อง 8 Beat ?? ทั้งคู่

ส่วน longines = น่าจะใช้เบสจาก ETA 2892-A2 ซึ่งทำงานที่ 28,800 รอบน่าจะเป็นเครื่อง 8 Beat ?? ทั้งคู่

 



longines ใช้เครื่อง ETA A31.x  หรือ caliber L.888.2   เป็นเครื่องรุ่นที่พัฒนามาจาก ETA2892-a2 ลดความถี่การเดินเหลือ 25,200 beat/hr. หรือ 7  beat/วินาที  แต่เพิ่ม power reserve จาก 42 ชั่วโมง เป็น 64 ชั่วโมง

ส่วน mido กลไก ETA C07.821  หรือ Caliber 80 Si  เป็นเครื่องรุ่นที่พัฒนามาจาก ETA2824-2 ลดความถี่การเดินเหลือ 21,600 beat/hr. หรือ 6 beat/วินาที แต่เพิ่ม power reserve จาก 38 ชั่วโมง เป็น ประมาณ 80 ชั่วโมง


longinesเดิน  7beat/s     midoเดิน 6beat/s  จึงกล่าวได้ว่า longines เดินเนียนกว่านิดหน่อย  แต่ถ้าคุณไม่ได้สนใจรายละเอียดขนาดนั้น ก็ไม่ใช่ประเด็นความแตกต่าง







 



ส่วนเรื่อง Buckle ของ Steinhartผมเคยเห็นแต่ในรูป = ก็ดูเหมือนแน่นหนาดีครับ ??


 



ตรงนี้ต้องลองจับ สัมผัสของจริงคับ  อาจไม่เหมือนที่ตาเห็น
Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: lonely on July 21, 2020, 07:33:38 pm

 มีข้อสงสัยตรงเรื่องกลไกครับ

Mido Ocean Star = ใช้เบสจากETA 2824-2 ซึ่งทำงานที่ 28,800 รอบ
น่าจะเป็นเครื่อง 8 Beat ?? ทั้งคู่

ส่วน longines = น่าจะใช้เบสจาก ETA 2892-A2 ซึ่งทำงานที่ 28,800 รอบน่าจะเป็นเครื่อง 8 Beat ?? ทั้งคู่

 



longines ใช้เครื่อง ETA A31.x  หรือ caliber L.888.2   เป็นเครื่องรุ่นที่พัฒนามาจาก ETA2892-a2 ลดความถี่การเดินเหลือ 25,200 beat/hr. หรือ 7  beat/วินาที  แต่เพิ่ม power reserve จาก 42 ชั่วโมง เป็น 64 ชั่วโมง

ส่วน mido กลไก ETA C07.821  หรือ Caliber 80 Si  เป็นเครื่องรุ่นที่พัฒนามาจาก ETA2824-2 ลดความถี่การเดินเหลือ 21,600 beat/hr. หรือ 6 beat/วินาที แต่เพิ่ม power reserve จาก 38 ชั่วโมง เป็น ประมาณ 80 ชั่วโมง


longinesเดิน  7beat/s     midoเดิน 6beat/s  จึงกล่าวได้ว่า longines เดินเนียนกว่านิดหน่อย  แต่ถ้าคุณไม่ได้สนใจรายละเอียดขนาดนั้น ก็ไม่ใช่ประเด็นความแตกต่าง







 



ส่วนเรื่อง Buckle ของ Steinhartผมเคยเห็นแต่ในรูป = ก็ดูเหมือนแน่นหนาดีครับ ??


 



ตรงนี้ต้องลองจับ สัมผัสของจริงคับ  อาจไม่เหมือนที่ตาเห็น


คุณ Crypt พอจะทราบไหมครับ

1. เหตุใดกลไกลที่พัฒนาต่อยอดจากเครื่องเดิม ต้องลดความถี่ลงครับ = ลดการสึกหรอของกลไก ?? หรือมีเหตุผลอื่นๆ นอกจากนี้ครับ


2. การเพิ่มการสำรองพลังงานให้นานขึ้นเกือบเท่าตัว = ผู้ผลิตใช้ตลับลานใหญ่ขึ้นหรือครับ หรือต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไรของกลไกครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบครับ
Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: watchlover on July 21, 2020, 08:57:08 pm
ลดความถี่ = เพิ่ม power reserve และ ลดการสึกหรอ ครับ
Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: lonely on July 21, 2020, 09:13:27 pm
ลดความถี่ = เพิ่ม power reserve และ ลดการสึกหรอ ครับ
ผมเดาถูกส่วนนึง คือ ลดการสึกหรอ  :)


แต่คิดไม่ถึงเลยครับว่า การลดความถี่ = เพิ่มพลังงานสำรองได้ ผมนึกไปถึงการใช้ตลับลานที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เก็บลานได้มากขึ้น
Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: Crypt on July 22, 2020, 11:52:15 am


ผมเดาถูกส่วนนึง คือ ลดการสึกหรอ  :)


แต่คิดไม่ถึงเลยครับว่า การลดความถี่ = เพิ่มพลังงานสำรองได้ ผมนึกไปถึงการใช้ตลับลานที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เก็บลานได้มากขึ้น




power reserve ที่เพิ่มขึ้น  ส่วนหนึ่งมาจากการลดความถี่   อีกส่วนมาจากการปรับปรุงกระุปกลาน ให้เก็บลานได้มากขึ้น(ขนาดอาจจะไม่ได้ใหญ่ขึ้น) และปรับปรุงโลหะในสปริงลานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นคับ

นอกจากนี้ movement ทั้งสองรุ่น(etaC07.xxx,eta A31.x)ยังมีการเปลี่ยนแปลง ชุดจักรกรอก(balance spring) ให้เป็นแบบ free-sprung คือเป็นสมมาตรมากกว่าแบบเดิม(eta2824,eta2892-a2)ที่มี clamp ยึดสายใยอยู่เพื่อใช้ปรับตั้งความเที่ยงตรง


การแกว่งที่สมมาตรของจักรกรอกรุ่นใหม่ ส่งผลให้ provide accuracy และ precision มากขึ้นครับ
Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: Tanz on July 24, 2020, 05:01:25 pm


ผมเดาถูกส่วนนึง คือ ลดการสึกหรอ  :)


แต่คิดไม่ถึงเลยครับว่า การลดความถี่ = เพิ่มพลังงานสำรองได้ ผมนึกไปถึงการใช้ตลับลานที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เก็บลานได้มากขึ้น




power reserve ที่เพิ่มขึ้น  ส่วนหนึ่งมาจากการลดความถี่   อีกส่วนมาจากการปรับปรุงกระุปกลาน ให้เก็บลานได้มากขึ้น(ขนาดอาจจะไม่ได้ใหญ่ขึ้น) และปรับปรุงโลหะในสปริงลานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นคับ

นอกจากนี้ movement ทั้งสองรุ่น(etaC07.xxx,eta A31.x)ยังมีการเปลี่ยนแปลง ชุดจักรกรอก(balance spring) ให้เป็นแบบ free-sprung คือเป็นสมมาตรมากกว่าแบบเดิม(eta2824,eta2892-a2)ที่มี clamp ยึดสายใยอยู่เพื่อใช้ปรับตั้งความเที่ยงตรง


การแกว่งที่สมมาตรของจักรกรอกรุ่นใหม่ ส่งผลให้ provide accuracy และ precision มากขึ้นครับ


รบกวนคุณ Crypt ช่วยอธิบายเรื่อง balance spring แบบ free-sprung สักนิดนึงครับว่ามันเหนือกว่าแบบเดิม ๆ ยังไงบ้างครับ ผมเคยอ่านผ่านตามาว่าเป็นเพราะคุณสมบัติ ซิลิกอน เลยทำให้เหมาะกับระบบ free-sprung มากกว่าแต่ก็ไม่มีรายละเอียดว่าทำไมน่ะครับ
Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: Crypt on July 30, 2020, 02:37:41 pm




รบกวนคุณ Crypt ช่วยอธิบายเรื่อง balance spring แบบ free-sprung สักนิดนึงครับว่ามันเหนือกว่าแบบเดิม ๆ ยังไงบ้างครับ ผมเคยอ่านผ่านตามาว่าเป็นเพราะคุณสมบัติ ซิลิกอน เลยทำให้เหมาะกับระบบ free-sprung มากกว่าแต่ก็ไม่มีรายละเอียดว่าทำไมน่ะครับ





ต้องอธิบายก่อนครับ   ว่า balance spring แบบเดิม  จะเป็นแบบทีสายใย(hair spring) มีปลายสายที่ยึดอยู่กับclamp  ซึ่งจากส่วนที่ถูกรั้งที่clampนี้ ทำให้สายใย ไม่มีสมมาตรเท่าที่ควร

ส่วน จักรกรอก (balance wheel) แบบ free sprung   ตรงส่วนปลายของสายใย จะไม่ได้ถูกดึงไปรั้งกับclamp เหมือนตัวเก่า  ทำให้สายใยมีสมมาตรต่อการหมุนมากขึ้น ทำให้นาฬิกามีความเที่ยงตรง และแม่นยำมากขึ้นครับ

ระบบจักรกรอกรุ่นใหม่นี้ มีทั้งแบบสายใย ธรรมดา (เช่น mido cal80  tissot powermatic80 hamilton H-10 longines l888.2)

และส่วนสายใยที่เป็นซิลิกอน  จะมีคุณสมบัติที่ดีกว่า เช่น ทนสนามแม่เหล็ก รักษาความเที่ยงตรงได้นานกว่า มีคุณสมบัติหล่อลื่นตัวเอง ทำให้ทนทานมากกว่าปกติ ฯลฯ (เช่น mido cal80Si   tissot powermatic80Silicum   hamilton H21 Si   longines l888.4  มีทั้งแบบchronometer และไม่ Chronometer แล้วแต่แบรนด์ )


ซึ่ง balance spring แบบ free sprung  ไม่สามารถปรับความเที่ยงตรงโดยการปรับตั้งความยาวสายใย(ไม่มีตัวปรับความยาวและความยาวของสายใยถูกคำนวนจากโรงงานผลิตด้วยเครื่องมือพิเศษ) หรือ ดัดสายใยเพื่อซ่อมเหมือนที่ช่างข้างนอกทำได้  ทำได้แค่การปรับตุ้มถ่วงน้ำหนักที่จักรกรอก เพื่อปรับตั้ง      ส่วนสายใย ถ้าเสียหายคงต้องเปลี่ยนอย่างเดียว


ด้วยเหตุผลข้างต้น  silicon ซึ่งเป็นวัสดุมีคุณสมบัติ เน้นทนทาน กับ ความเที่ยงตรงระยะยาว  จึงเหมาะสมที่จะใช้กับ จักรกรอก free sprung
Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: Tanz on July 31, 2020, 12:28:10 pm




รบกวนคุณ Crypt ช่วยอธิบายเรื่อง balance spring แบบ free-sprung สักนิดนึงครับว่ามันเหนือกว่าแบบเดิม ๆ ยังไงบ้างครับ ผมเคยอ่านผ่านตามาว่าเป็นเพราะคุณสมบัติ ซิลิกอน เลยทำให้เหมาะกับระบบ free-sprung มากกว่าแต่ก็ไม่มีรายละเอียดว่าทำไมน่ะครับ





ต้องอธิบายก่อนครับ   ว่า balance spring แบบเดิม  จะเป็นแบบทีสายใย(hair spring) มีปลายสายที่ยึดอยู่กับclamp  ซึ่งจากส่วนที่ถูกรั้งที่clampนี้ ทำให้สายใย ไม่มีสมมาตรเท่าที่ควร

ส่วน จักรกรอก (balance wheel) แบบ free sprung   ตรงส่วนปลายของสายใย จะไม่ได้ถูกดึงไปรั้งกับclamp เหมือนตัวเก่า  ทำให้สายใยมีสมมาตรต่อการหมุนมากขึ้น ทำให้นาฬิกามีความเที่ยงตรง และแม่นยำมากขึ้นครับ

ระบบจักรกรอกรุ่นใหม่นี้ มีทั้งแบบสายใย ธรรมดา (เช่น mido cal80  tissot powermatic80 hamilton H-10 longines l888.2)

และส่วนสายใยที่เป็นซิลิกอน  จะมีคุณสมบัติที่ดีกว่า เช่น ทนสนามแม่เหล็ก รักษาความเที่ยงตรงได้นานกว่า มีคุณสมบัติหล่อลื่นตัวเอง ทำให้ทนทานมากกว่าปกติ ฯลฯ (เช่น mido cal80Si   tissot powermatic80Silicum   hamilton H21 Si   longines l888.4  มีทั้งแบบchronometer และไม่ Chronometer แล้วแต่แบรนด์ )


ซึ่ง balance spring แบบ free sprung  ไม่สามารถปรับความเที่ยงตรงโดยการปรับตั้งความยาวสายใย(ไม่มีตัวปรับความยาวและความยาวของสายใยถูกคำนวนจากโรงงานผลิตด้วยเครื่องมือพิเศษ) หรือ ดัดสายใยเพื่อซ่อมเหมือนที่ช่างข้างนอกทำได้  ทำได้แค่การปรับตุ้มถ่วงน้ำหนักที่จักรกรอก เพื่อปรับตั้ง      ส่วนสายใย ถ้าเสียหายคงต้องเปลี่ยนอย่างเดียว


ด้วยเหตุผลข้างต้น  silicon ซึ่งเป็นวัสดุมีคุณสมบัติ เน้นทนทาน กับ ความเที่ยงตรงระยะยาว  จึงเหมาะสมที่จะใช้กับ จักรกรอก free sprung


ขอบคุณมากครับ^^
ตรงที่บอกว่าถ้าเสียหายคงต้องเปลี่ยนอย่างเดียวอันนี้ตรงกับที่ช่างนาฬิกาประจำ เคยบอกผมตอนที่สายใยแบบนี้เพิ่งออกมาใหม่ ๆ ครับ ตอนแรกผมยังไม่ค่อยเชื่อแต่ช่างยืนยันว่าจริง ดัดจริงพังจริงและต้องซื้อเส้นใหม่จริง ผมยังนึกเลยว่าทำไมสายใยซิลิคอนถึงได้เปราะบางขนาดนี้ แล้วถ้าเกิดทำตกหรือกระแทกแรง ๆ มันไม่แตกหักคานาฬิกาเลยหรือไร แต่ก็คิดแหละครับว่าคนที่ออกแบบน่าจะคิดล่วงหน้าเอาไว้หมดแล้ว


อีกอย่างที่สงสัยแต่ยังหาแหล่งข้อมูลมายืนยันไม่ได้สักทีก็คือ balance spring แบบ free sprung ได้รับการยอมรับมานานจากฝั่งตะวันตกว่าเหนือกว่าแบบ Regulated balance แต่สำหรับนาฬิกาฝั่งตะวันออกก็ยังไม่มีการใช้งาน หรือมีแต่ผมยังไม่เจอก็ไม่รู้น่ะครับ ถ้าจะบอกว่าเหนือกว่าในแง่ความเที่ยงตรงสูงกว่า GS ก็ใช้ Regulated และมีความเที่ยงตรงในระดับที่สูงกว่าหรือเท่าเทียมกับโครโนมิเตอร์ฝั่งตะวันตกที่ใช้ free sprung ทำให้ผมคิดว่าถ้าระบบมันดีจริงทำไมไม่ใช้ หรือว่าติดเรื่องลิขสิทธิ ?


อีกนิดนึงนะครับ ประโยคที่ว่า คุณสมบัติหล่อลื่นตัวเอง ของสายใยซิลิคอนนี้มันคืออะไรน่ะครับ เท่าที่รู้ สายใยทำหน้าที่เหมือนสปริงไม่มีส่วนใดเสียดสีหรือสัมผัสกับอะไรเลย แล้วคุณสมบัติข้อนี้มันพิเศษอย่างไรหรือครับ?


ท้ายนี้ ผมขออภัยด้วยครับที่ถามซอกแซก และขอขอบคุณคุณ Crypt ที่กรุณาแบ่งปันความรู้ครับ







Title: Re: นาฬิกาดำน้ำแบรนด์รอง
Post by: watchlover on August 05, 2020, 08:29:26 pm




รบกวนคุณ Crypt ช่วยอธิบายเรื่อง balance spring แบบ free-sprung สักนิดนึงครับว่ามันเหนือกว่าแบบเดิม ๆ ยังไงบ้างครับ ผมเคยอ่านผ่านตามาว่าเป็นเพราะคุณสมบัติ ซิลิกอน เลยทำให้เหมาะกับระบบ free-sprung มากกว่าแต่ก็ไม่มีรายละเอียดว่าทำไมน่ะครับ





ต้องอธิบายก่อนครับ   ว่า balance spring แบบเดิม  จะเป็นแบบทีสายใย(hair spring) มีปลายสายที่ยึดอยู่กับclamp  ซึ่งจากส่วนที่ถูกรั้งที่clampนี้ ทำให้สายใย ไม่มีสมมาตรเท่าที่ควร

ส่วน จักรกรอก (balance wheel) แบบ free sprung   ตรงส่วนปลายของสายใย จะไม่ได้ถูกดึงไปรั้งกับclamp เหมือนตัวเก่า  ทำให้สายใยมีสมมาตรต่อการหมุนมากขึ้น ทำให้นาฬิกามีความเที่ยงตรง และแม่นยำมากขึ้นครับ

ระบบจักรกรอกรุ่นใหม่นี้ มีทั้งแบบสายใย ธรรมดา (เช่น mido cal80  tissot powermatic80 hamilton H-10 longines l888.2)

และส่วนสายใยที่เป็นซิลิกอน  จะมีคุณสมบัติที่ดีกว่า เช่น ทนสนามแม่เหล็ก รักษาความเที่ยงตรงได้นานกว่า มีคุณสมบัติหล่อลื่นตัวเอง ทำให้ทนทานมากกว่าปกติ ฯลฯ (เช่น mido cal80Si   tissot powermatic80Silicum   hamilton H21 Si   longines l888.4  มีทั้งแบบchronometer และไม่ Chronometer แล้วแต่แบรนด์ )


ซึ่ง balance spring แบบ free sprung  ไม่สามารถปรับความเที่ยงตรงโดยการปรับตั้งความยาวสายใย(ไม่มีตัวปรับความยาวและความยาวของสายใยถูกคำนวนจากโรงงานผลิตด้วยเครื่องมือพิเศษ) หรือ ดัดสายใยเพื่อซ่อมเหมือนที่ช่างข้างนอกทำได้  ทำได้แค่การปรับตุ้มถ่วงน้ำหนักที่จักรกรอก เพื่อปรับตั้ง      ส่วนสายใย ถ้าเสียหายคงต้องเปลี่ยนอย่างเดียว


ด้วยเหตุผลข้างต้น  silicon ซึ่งเป็นวัสดุมีคุณสมบัติ เน้นทนทาน กับ ความเที่ยงตรงระยะยาว  จึงเหมาะสมที่จะใช้กับ จักรกรอก free sprung


ขอบคุณมากครับ^^
ตรงที่บอกว่าถ้าเสียหายคงต้องเปลี่ยนอย่างเดียวอันนี้ตรงกับที่ช่างนาฬิกาประจำ เคยบอกผมตอนที่สายใยแบบนี้เพิ่งออกมาใหม่ ๆ ครับ ตอนแรกผมยังไม่ค่อยเชื่อแต่ช่างยืนยันว่าจริง ดัดจริงพังจริงและต้องซื้อเส้นใหม่จริง ผมยังนึกเลยว่าทำไมสายใยซิลิคอนถึงได้เปราะบางขนาดนี้ แล้วถ้าเกิดทำตกหรือกระแทกแรง ๆ มันไม่แตกหักคานาฬิกาเลยหรือไร แต่ก็คิดแหละครับว่าคนที่ออกแบบน่าจะคิดล่วงหน้าเอาไว้หมดแล้ว


อีกอย่างที่สงสัยแต่ยังหาแหล่งข้อมูลมายืนยันไม่ได้สักทีก็คือ balance spring แบบ free sprung ได้รับการยอมรับมานานจากฝั่งตะวันตกว่าเหนือกว่าแบบ Regulated balance แต่สำหรับนาฬิกาฝั่งตะวันออกก็ยังไม่มีการใช้งาน หรือมีแต่ผมยังไม่เจอก็ไม่รู้น่ะครับ ถ้าจะบอกว่าเหนือกว่าในแง่ความเที่ยงตรงสูงกว่า GS ก็ใช้ Regulated และมีความเที่ยงตรงในระดับที่สูงกว่าหรือเท่าเทียมกับโครโนมิเตอร์ฝั่งตะวันตกที่ใช้ free sprung ทำให้ผมคิดว่าถ้าระบบมันดีจริงทำไมไม่ใช้ หรือว่าติดเรื่องลิขสิทธิ ?


อีกนิดนึงนะครับ ประโยคที่ว่า คุณสมบัติหล่อลื่นตัวเอง ของสายใยซิลิคอนนี้มันคืออะไรน่ะครับ เท่าที่รู้ สายใยทำหน้าที่เหมือนสปริงไม่มีส่วนใดเสียดสีหรือสัมผัสกับอะไรเลย แล้วคุณสมบัติข้อนี้มันพิเศษอย่างไรหรือครับ?


ท้ายนี้ ผมขออภัยด้วยครับที่ถามซอกแซก และขอขอบคุณคุณ Crypt ที่กรุณาแบ่งปันความรู้ครับ


Index regulator can be adjusted to the same accuracy as free sprung.
(Although "in theory" free sprung keeps time better due to having less moving parts or sources of error).


However, index regulator is more susceptible to shock or simple say it is easier to get "knock-off"(the index moved) from the regulated rate.
Free sprung is more resistant to shock and keep its rate consistently because the effective length of its hairspring will never change.
The problem of free sprung is that it's difficult to adjust and can be done only by poising weights/ screws on the balance wheel's rim (see Patek's gyromax assembly) while the index regulator can be adjusted simply by turning the index even when the watch is running.


"อีกนิดนึงนะครับ ประโยคที่ว่า คุณสมบัติหล่อลื่นตัวเอง ของสายใยซิลิคอนนี้มันคืออะไรน่ะครับ เท่าที่รู้ สายใยทำหน้าที่เหมือนสปริงไม่มีส่วนใดเสียดสีหรือสัมผัสกับอะไรเลย แล้วคุณสมบัติข้อนี้มันพิเศษอย่างไรหรือครับ?"
You were right that self-lubricating property of silica has less implication in the case of hairspring but silica is perfect to this application in other ways, namely "anti-magnetic", "less sensitive to temperature changes", and "spring" quality ครับ :) (as we can see all metal spring alloy always get silica as one of the mixtures).