Hello Guest

Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Tanz

Pages: [1] 2
1
นาฬิกาควอทซ์ โดยทั่วไปจะทำงานได้ดีที่สุดในช่วงประมาณ 5 - 70 องศาเซลเซียส เว้นไว้แต่นาฬิกาบางเรือนที่มีคุณสมบัติพิเศษนาฬิกาจักรกล โดยทั่วไปจะทำงานได้ดีในช่วงที่สารหล่อลื่นยังคงคุณสมบัติอยู่ คือในช่วงประมาณ -30 ถึง 150 องศาเซลเซียส

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ตราบเท่าที่นาฬิกาอยู่กับคุณ อุณหภูมิของนาฬิกาจะเท่ากับร่างกายของคุณ สภาวะอากาศภายนอกจึงทำอะไรไม่ได้เว้นแต่คุณจะลืมมันไว้ในสภาพอากาศภายนอก ซึ่งมันก็ยังคงปรกติอยู่ตราบที่สภาพภายนอกยังอยู่ในช่วงการทำงานของมันและนาฬิกาของคุณยังคงผนึกแน่นไม่รั่วไหล.

2
ตอบคุณ กวน มึน เมา
Tag heuer s6000 เท่าที่เซิร์จหามา เป็นเครื่องโครโนมิเตอร์ ETA2892-2
เครื่องรุ่นนี้เป็นรุ่นเรือธงของ ETA ในช่วงปี 1980 ดังนั้นความเป็นโครโนมิเตอร์จึงเชื่อถือได้
ถ้านาฬิกาของคุณอยู่ในสภาพใกล้ 100% ความเป็นโครโนมิเตอร์ย่อมยังมีความคงอยู่เชื่อว่า สามารถปรับความเที่ยงตรงให้อยู่ในเกณฑ์โครโนมิเตอร์ได้ไม่ยาก.

3
ตอบคุณ กวน มึน เมา
นาฬิกาจักรกลที่เป็นโครโนมิเตอร์จะได้เปรียบนาฬิกาจักรกลทั่วไปตรงที่การปรับตั้งความเที่ยงตรงมักจะง่ายกว่า


นาฬิกาที่เดินช้าหรือเร็วในระดับวินาทีการปรับแต่งให้เที่ยงตรงอยู่ในวิสัยที่จะทำได้แต่ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความเที่ยงตรง ความสำคัญอยู่ที่ปรับแต่งจนเที่ยงตรงแล้ว นาฬิกาจะสามารถรักษาความเที่ยงตรงนั้นไว้ได้หรือไม่  อธิบายว่า ปรับแต่งจนเที่ยงตรง + - 0 วินาทีต่อวัน แต่พอผ่นไปไม่กี่วันก็จะช้าและเร็วกว่าไปเสียแล้ว ดังนี้คือสามารถปรับให้เที่ยงตรงได้แต่ไม่สามารถรักษาความเที่ยงตรงนั้นไว้ได้ ในกรณีนี้ต้องตรวจสอบว่าเป็นเพราะอะไร


กรณีของคุณ นาฬิกา(มองภาพไม่ชัดว่าเป็นนาฬิกาอะไร แต่คุณบอกว่าเป็นโครโนมิเตอร์)เดินช้า 7 วินาที ย่อมสามารถปรับตั้งให้เที่ยงตรงกว่านี้ได้ไม่ยากนัก ถ้านาฬิกาเรือนนี้อยู่ในสภาพการทำงานที่สมบูรณ์ทุกประการ.

4
ลืมตอบคุณไป ถ้าคุณเพิ่งจะล้างเครื่องมาไม่เกิน 2 - 3 ปี ถ้านาฬิกาของคุณเดินเร็วจาก 6 เป็น 9 วินาที คุณสามารถส่งไปปรับแต่งความเที่ยงตรงได้ และควรทำด้วยเพราะยังอยู่ในช่วงที่นาฬิกาควรทำงานได้ดีที่สุด วิธีสังเกตุง่าย ๆ ก็คือ ปรกติเร็ว 6 วินาที แล้วกลายเป็น 9 เดินแบบนี้ทุก ๆ วัน หมายถึงนาฬิกาของคุณมีเสถียรภาพคงที่ ถ้าปรับ ผลการปรับก็จะคงที่ แต่ถ้านาฬิกาของคุณเดินแบบไม่คงที่ บางวันจาก 6 เป็น 7 บ้าง 8 บ้าง ฯลฯ แบบนี้ถ้าปรับก็จะไม่ได้ผลที่ดี และแสดงให้เห็นว่านาฬิกาของคุณมีบางอย่างที่ไม่ปรกติ.

5
นาฬิกาจักรกลที่ได้มาตรฐานโดยทั่วไปมักจะถูกตั้งความเที่ยงตรงจากโรงงานที่ประมาณ + - 15 วินาทีต่อวัน ล่าสุดขยับขึ้นมาเป็น + - 10 วินาทีต่อวัน สำหรับนาฬิกาจักรกลระดับโครโนมิเตอร์ก็จะเป็นไปตามมาตรฐานคือ -4 ,+6 นอกจากนี้ยังมีชนิดที่เที่ยงตรงเหนือกว่าโครโนมิเตอร์คือ ไม่เกิน 2 วินาทีต่อวัน


ความเที่ยงตรงถือว่าเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของนาฬิกาจักรกล แต่สิ่งที่สำคัญกว่าความเที่ยงตรงก็คือ เสถียรภาพการทำงานของกลไก ถ้าให้อธิบายก็คือ ถ้านาฬิกาโครโนมิเตอร์สองเรือน เรือนแรกเดินด้วยความเที่ยงตรงขึ้น ๆ ลง ๆ แต่อยู่ในมาตรฐานครบ 7 วัน ความเที่ยงตรงหักลบกันแล้วเท่ากับ +1 วินาที กับเรือนที่สองเป็นโครโนมิเตอร์เช่นกันแต่ใน 7 วันเดินอย่างคงที่ผลรวมความคลาดเคลื่อนเมื่อครบ 7 วันเท่ากับ +1 วินาที ถือว่าเรือนที่สองดีกว่า


ความสามารถในการรักษาความเที่ยงตรงของนาฬิกาจักรกลนั้น เป็นผลรวมของปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ที่สำคัญคือสารหล่อลื่น การใช้งานที่ทำให้สารหล่อลื่นคงประสิทธิภาพมากที่สุดก็จะมีผลดีกับกลไกมากที่สุด ถ้าสารหล่อลื่นเริ่มเสื่อม(อายุของสารหล่อลื่นประมาณ 5 - 7 ปี เมื่อใช้งานตามปรกติ)ก็จะทำให้การทำงานของกลไกเริ่มมีความเที่ยงตรงน้อยลงเรื่อย ๆ และนั้นก็คือ ถึงเวลาที่จะต้องเติมสารหล่อลื่นแล้ว


ถ้าถามว่าระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนั้นขึ้นอยู่กับการยอมรับได้ของผู้ใช้นาฬิกา บางคนรับไม่ได้ที่นาฬิกาโครโนมิเตอร์จะเดินผิดพลาดจากมาตรฐานโครโนมิเตอร์แม้เพียงเล็กน้อย บางคนอาจจะยอมรับได้มากกว่า แต่ที่สำคัญคือ ให้สังเกตุเสถียรภาพการทำงานของกลไก เมื่อไหร่ที่นาฬิกากลไกเดินเร็วบ้าง ช้าบ้าง แม้ว่าจะอยู่ในความเที่ยงตรงที่รับได้ก็ถือว่าใกล้เวลาที่ควรต้องดูแลแล้ว.

6
พี่นกฮูกเคยกล่าวไว้ ไม่ควรใส่ เหตุผลเช่นนั้นเลยครับ


ผมเคยอ่านคอมเม้นของคุณนกฮูกแต่ก๊อปเก็บไว้ไหนไม่รู้แล้ว จำได้เคร่า ๆ ว่า ถ้าเราเก็บนาฬิกาไว้กับสารดูดความชื้น จะทำให้ยางโอริงเสื่อมสภาพเพราะสารเคลือบรักษายางจะแห้งและโอริงจะแห้งตาม ผลคือระบบกันน้ำจะไปเร็ว ถ้าเป็นนาฬิกาชนิดกันน้ำไม่ได้ไม่มีโอริงก็จะทำให้สารหล่อลื่นในเครื่องแห้งเร็วกว่าปรกติ.

7
ความเห็นส่วนตัว


จากประสบการณ์ อาการเดิน ๆ หยุด ๆ ของนาฬิการะดับนี้มักเกิดจากเก็บไว้นานเกินไปจนขัดข้อง  นาฬิกาที่เคยเก็บ ก็เคยมีอาการแบบนี้ ส่งไปล้างเครื่องหยอดน้ำมันใหม่ก็เดินเป็นปรกติดี  ส่วนกรณีของคุณ หากเจ้าของเดิมเก็บไว้นานเกินไปก่อนมาถึงมือคุณ ก็อาจจะเป็นไปได้เหมือนกัน  ตอบไม่ได้สำหรับค่าล้างเครื่องของนาฬิกาแบรนด์นี้ เพราะไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงได้แต่คาดเดา  คะเนว่าราคาน่าจะค่อนข้างสูง เพราะเป็นนาฬิการะดับสูงราคาสูง  อย่างไรก็ตาม คุณเพิ่งจะซื้อมาจากเจ้าของเดิมเพียงไม่กี่วัน แนะนำให้ลองติดต่อพูดคุยดูเผื่อจะมีอะไรที่พอจะช่วยเหลือแนะนำกันได้บ้าง


ประสบการณ์ส่วนตัวในการซื้อนาฬิการะดับนี้ ควรต่อรองให้มีประกันบ้างเล็กน้อยเป็นการเผื่อไว้ เพราะมันอาจจะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแบบคาดไม่ถึง

8
ความเห็นส่วนตัว


Overhaul มีความหมายสองประการคือ
1.Maintenance การซ่อมบำรุง กระทำในขณะที่นาฬิกาครบอายุการใช้งาน นาฬิกายังปรกติ
2.Repair การซ่อม กระทำเมื่อนาฬิกาหยุดเดิน หรือเดินผิดปรกติจนเกินไป


ค่าใช้จ่ายระหว่าง Maintenance กับ Repair นั้นต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ
ความคุ้มค่า คือการหาจุดกึ่งกลางระหว่าง Maintenance กับ Repair

9

ความเห็นส่วนตัว
การเก็บนาฬิกาชนิดกลไกไว้ในตู้เซฟยาว ๆ โดยไม่ได้ใช้งาน นาฬิกาจะถูกจัดวางไว้ในท่าเดียว นานไปสารหล่อลื่นจะไหลออกจากบูททับทิม ทำให้สมรรถนะของสารหล่อลื่นลดลง แห้งง่าย เมื่อนำมาใช้งานก็จะเกิดการขัดข้อง  ข้อเสียเหล่านี้แก้ไขได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้งานเดือนสองเดือนใช้งานสักครั้ง  การใช้เครื่องหมุนมีข้อดีที่ทำให้นาฬิกาขยับตัวได้ช่วยให้สารหล่อลื่นกระจายตัว ข้อเสียก็คือ ถ้ากะจำนวนรอบหมุนไม่พอดีกับกำลังสำรองลานจะทำให้ระบบลานเสื่อมได้ ส่วนนาฬิกาไขลานไม่มีผลกระทบอะไรกับเครื่องหมุน.
มีประสพการณ์ไม่ค่อยดีกับพวกเครื่องหมุนครับ (คงไม่ได้มาตรฐานพอ) Rolex ครับ โดน2เด้งเลย ลานมันจะเต็มตลอดเวลาเลย จนลานขาดคงมีความเค้นเกินไป เครืองหมุนมีมอเตอร์ เกิดสนามแม่เหล็กที่นาฬิกาอีก ส่งซ่อม SAB โดนไปหลายบาทครับ :-(
เป็นครั้งแรกที่ได้ยินว่า นาฬิกาลานขาดเพราะเครื่องหมุนนะครับ
โดยปกตินาฬิกาออโต้ เมื่อลานเต็ม โรเตอร์ จะหมุนฟรี

สำหรับการกลายเป็นแม่เหล็กของ บาลานซ์สปริง
เคยเจอบ่อยๆ จากเครื่องหมุนที่ไม่มีการป้องกันสนามแม่เหล็กจากมอเตอร์
เครื่องหมุนที่ดีอย่าง Orbita มี shielding เพื่อป้องกัน หรือ
Scatola Del Tempo ซึ่งใช้มอเตอร์ พิเศษ ที่ลด magnetic field discharge สู่ระดับที่ไม่มีผลกับ balance spring


เคยพบปัญหา ระบบขึ้นลานอัตโนมัติชำรุดเพราะเครื่องหมุน ในต่างประเทศ เรียกว่าอาการ คลัชชำรุด  โดยส่วนตัวก็เคยเจอปัญหานี้ ครั้งแรกที่ส่งซ่อมถูกแจ้งว่า “ลานขาด” แต่พอส่งไปให้ช่างอีกคน กลายเป็น ลานล้า(อาการหนึ่งของ คลัชชำรุด) ต้องเปลี่ยนลานใหม่  ดังนั้น บางครั้งการที่ได้รับแจ้งอย่างหนึ่งอาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดก็ได้
[/size]
[/size]เรื่องสนามแม่เหล็กของเครื่องหมุน เป็นไปได้ที่จะมีการรั่วของสนามแม่เหล็ก แต่โดยส่วนตัวแล้วยังไม่เคยเจอ.

10

ความเห็นส่วนตัว
การเก็บนาฬิกาชนิดกลไกไว้ในตู้เซฟยาว ๆ โดยไม่ได้ใช้งาน นาฬิกาจะถูกจัดวางไว้ในท่าเดียว นานไปสารหล่อลื่นจะไหลออกจากบูททับทิม ทำให้สมรรถนะของสารหล่อลื่นลดลง แห้งง่าย เมื่อนำมาใช้งานก็จะเกิดการขัดข้อง  ข้อเสียเหล่านี้แก้ไขได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้งานเดือนสองเดือนใช้งานสักครั้ง  การใช้เครื่องหมุนมีข้อดีที่ทำให้นาฬิกาขยับตัวได้ช่วยให้สารหล่อลื่นกระจายตัว ข้อเสียก็คือ ถ้ากะจำนวนรอบหมุนไม่พอดีกับกำลังสำรองลานจะทำให้ระบบลานเสื่อมได้ ส่วนนาฬิกาไขลานไม่มีผลกระทบอะไรกับเครื่องหมุน.

11
บทความข้างล่างนี้ ผมก๊อปเก็บไว้มานานแล้ว เป็นบทความของคุณ synonym คิดว่าน่าจะอธิบายข้อสงสัยของคุณได้


"การล้างเครื่องนาฬิกา
การล้างเครื่องเช็คเครื่องใหม่นั้นเป็นเรื่องดีครับ
แต่เพราะค่าใช้จ่ายในการล้างเครื่องและเช็คเครื่องนั้นค่อนข้างสูง
ดังนั้นจึงต้องพิจารณาให้ได้ประโยชน์อย่างคุ้มค่านะครับ


ความจริงที่ว่าควรล้างเครื่องเช็คเครื่องทุก ๆ 3 - 7 ปีนั้นเป็นสมมุติฐานว่าสารหล่อลื่นภายใน
กลไกนาฬิกานั้นมีอายุใช้งานได้ประมาณนั้นครับ และเมื่อสารหล่อลื่นเริ่มแปรสภาพไป
ก็จะทำให้กลไกนาฬิกาเริ่มทำงานไม่คงที่บ้างแล้ว เช่นอาจจะเริ่มมีอาการเดินไม่ตรงไปบ้าง
เสียเสถียรภาพและความมั่นคงไปบ้าง ยกตัวอย่างเช่น นาฬิการะดับโครโนมิเตอร์ที่มีความ
เที่ยงตรงสูง ๆ เมื่อสารหล่อลื่นเริ่มเสื่อมก็อาจจะทำให้เริ่มคลาดเคลื่อนไปได้เล็ก ๆ น้อย ๆ
อาจจะขาดเสถียรภาพ เช่น สามวันตรง สี่วันเร็ว พอวันที่ห้ากลับเดินช้า อะไรทำนองนี้
จนหลุดความเป็นโครโนมิเตอร์ได้ การล้างเครื่องและหยอดน้ำมันใหม่ตามระยะเวลา
เพื่อรักษาสภาพความเป็นโครโนมิเตอร์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผุ้ที่ต้องการคุณภาพสูงสุด
จากนาฬิกาครับ


การเสื่อมของสารหล่อลื่นจะเป็นไปอย่างช้า ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสารหล่อลื่น
การใช้งานของเรา สภาพตัวเรือนที่ยังผนึกแน่นอยู่ในสภาพดีแค่ไหน ดังนั้นในช่วงที่
สารหล่อลื่นเริ่มเสื่อมสภาพ นาฬิกาของเราก็คงยังเดินอยู่ และอาจจะมีการบอกเวลาพลาด
ไปเล็กน้อย ถ้าความผิดพลาดนี้ยังอยู่ในระดับที่เรารับได้ ก็ยังไม่จำเป็นต้องรีบล้างเครื่องและ
ยังสามารถรอได้จนเราพร้อมครับ ดังนั้นคุณจึงอาจจะได้พบบ่อย ๆ ในกรณีที่บางท่าน
ใช้งานนาฬิกามาถึง 10 ปีและนาฬิกาก็ยังคงเดินดีอยู่..


การแปรสภาพของสารหล่อลื่นไม่ทำให้กลไกภายในชำรุดเพิ่มนะครับ เว้นแต่อยู่ในภาวะ
ที่รุนแรงจริง ๆ แล้วเราไปฝืนการใช้งาน เช่น ในกลไกระบบไขลานที่สารหล่อลื่นแห้งสนิด
ทำให้ไขลานได้ยากมากแต่เราไปฝืนไข ก็อาจจะทำให้แกนหรือว่าเฟืองต้องทำงานหนักมาก
จนกระทั่งแตกหักเสียหาย เป็นต้น


ในบางครั้งการล้างเครื่องและหยอดน้ำมันก็อาจจะต้องทำเร็วกว่า 5 - 7 ปีได้ครับ
ถ้าคุณสังเกตุว่า นาฬิกาของคุณเริ่มเดินผิดพลาดไปมาก ๆ เช่น การเดินเร็วหรือช้าเกินไป
การเดินที่ขาดเสถียรภาพ หรือการเดินไม่ครบตามจำนวนชั่วโมงการสำรองพลังงาน
ซึ่งในกรณีเช่นนี้ สมควรจะได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน


สิ่งสำคัญที่จะบอกคุณได้ว่า ขณะนี้นาฬิกาของคุณควรได้รับการล้างเครื่องหยอดน้ำมันหรือไม่
อยู่ที่ตัวคุณเองครับ อยู่ที่การสังเกตุการทำงานของนาฬิกาของคุณเป็นอันดับต้น ๆ
มีข้อคิดให้คุณ ๆ ที่รักนาฬิกาลองคิดและลองพิจารณาอยู่นิดนึงก็คือ
"การล้างเครื่องหยอดน้ำมันบ่อย ๆ ไม่ได้เป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับการดูแลนาฬิกา
และ การยืนกรานไม่ยอมล้างเครื่องจนกว่านาฬิกาจะไม่ทำงาน ก็ไม่ใช่เรื่องควรกระทำเช่นกันครับ.." "

12

1.iwc 3717  ออกแบบได้เรียบง่ายธรรมดาแต่ก็เท่และดูดี  movement ธรรมดาสามัญ ค่าใช้จ่ายและการเซอร์วิสที่ง่ายและไม่ลำบากใจ
2.Zenith Red El Primero เรียบหรู ดูสง่า movement จัดว่าสุดยอดสำหรับเครี่องจับเวลา
3.Grand Seiko Spring Drive GMT สงบนิ่งอย่างเที่ยงตรง movement ที่แปลกพิศดารและล้ำหน้า
4. Tudor BlackBay GMT 2018 เรียบ ติดดิน ทนทานทุกสถานการณ์ movement ธรรมดาแต่คุณภาพถึงจุดสูงสุด


ถ้าผมเลือกใช้นาฬิกาแบบใช้งานติดตัวตลอดเวลาสมบุกสมบันไปกับผมด้วย ผมเลือก 4
แต่ถ้าผมจะใช้สำหรับออกงานสังคมสำคัญ ๆ ผมเลือก 2
และถ้าผมจะเลือกที่จะนั่งมองนาฬิกาอย่างภาคภูมิใจอยู่คนเดียว ผมเลือก 3
สุดท้าย ถ้าผมจะเลือกนาฬิกาใช้สำหรับใส่ไปทำงานทุกวันผมเลือก 1 ครับ.


14
Quartz คือนาฬิกาที่อาศัยไฟฟ้าจากแบตเตอรีไปกระตุ้นให้ผลึกควอทซ์เกิดการสั่นสะเทือนแบบคงที แล้วแปลงความถี่จากการสั่นสะเทือนแบบคงที่นี้มาเป็นคาบเวลา ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยวงจรไฟฟ้า และระบบการแสดงผลซึ่งมีทั้งแบบดิจิตัลและอานาล๊อค   นาฬิกาควอทซ์ถ้าระบบไม่ขัดข้อง จะทำงานไปจนกว่าไฟฟ้าจากแบตเตอรีจะหมดลง ซึ่งก็จะถึงเวลาเปลี่ยนแบตเตอรีใหม่  ส่วนอายุของแบตเตอรีนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของแบตเตอรี ที่นาฬิกาควอทซ์นั้น ๆ ใช้อยู่
 

 Automatic  คือแบบหนึ่งของนาฬิการะบบกลไก  นาฬิกากลไกประกอบด้วย เส้นลานเป็นแหล่งพลังงาน ระบบกลไกตัวจักร เฟืองจักร ที่หมุนถ่ายทอดพลังงาน ไปจนถึง กลไกรักษาความเที่ยงตรงที่เรียกว่าจักรกรอก  Automatic เป็นส่วนที่เสริมเข้ามาในระบบนาฬิกากลไกเพื่อให้สามารถเปลี่ยนการเคลื่อนไหวของนาฬิกาบนข้อมือเป็นพลังงานลานในเส้นลานซึ่งอุปกรณ์สำคัญที่ทำหน้าที่เปลี่ยนการเคลื่อนไหวให้เป็นพลังงานในลานก็คือ โรเตอร์


สำหรับคำถาม
1.จุดแตกต่างหลัก ๆ เลยก็คือ นาฬิกากลไกอาศัยกำลังจากลานไปผ่านตัวจักร ไปกำหนดการหมุนไป-กลับของจักรกรอกเพื่อกำหนดคาบเวลาเป็นวินาที แต่นาฬิกาควอทซ์อาศัยการนับความถี่คงที่จากผลึกควอทซ์ที่ได้รับกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี เพื่อกำหนดคาบเวลาเป็นวินาที
2.ในราคาเท่า ๆ กัน นาฬิกาควอทซ์จะเดินตรงกว่า
3.ให้คุณศึกษาชนิดของนาฬิกาก่อน เลือกชนิดของนาฬิกาที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ แล้วค่อยไปหาหน้าตานาฬิกาที่คุณชอบในกูเกิล จากนั้นก็ดูว่ามันดีสคอนไปหรือยัง ราคาเท่าไหร่ มีขายที่ไหน กูเกิล บอกได้หมด
4.ความสำคัญอยู่ที่ คุณชอบมันไหม ถ้าคุณชอบก็จบ ของ ๆ คุณจะไปสนใจเสียงนกเสียงกาทำไม?
5.ส่วนลดนี่เป็นความสามารถเฉพาะตน แต่ละคนมีความสามารถไม่เท่ากัน (ในการหาแหล่งซื้อและต่อรอง) พยายามอย่าซื้อนาฬิกาที่ไม่มีประกัน เพราะค่าเซอร์วิสนาฬิกาค่อนข้างสูง  คุณหาแทบทุกอย่างได้จากกูเกิลถ้าคุณตั้งคำถามเป็น.

15
คู่นี้ราคาต่างกันเยอะนะ สองถึงสามเท่า ไม่น่าจะใช่คู่ต่อสู้กัน


Grey Side ได้เปรียบมากกว่า เป็นนาฬิกาจับเวลา วัสดุ หน้าปัดที่ลงตัว มีความเป็น speedmaster เต็มทุกสัดส่วน สะดุดตาดูโดดเด่นในการใช้งานทุกโอกาส
Harrods ก็เหมือน ๆ เดิม ต่างไปแค่สี ยังคงเป็นนาฬิกาดำน้ำในทุก ๆ กระเบียดนิ้ว ความเห็นส่วนตัวแล้ว ยังไม่สะดุดตา และ ยังคงให้ความเคยชินในแบบเดิม ๆ


ยังไม่รู้จุดประสงค์ของคุณเกี่ยวกับนาฬิกาสองเรือนนี้ จึงตอบตามความรู้สึกส่วนตัวเท่านั้น :)












Pages: [1] 2