Hello Guest

Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - watchlover

Pages: 1 [2] 3 4 ... 6
16




รบกวนคุณ Crypt ช่วยอธิบายเรื่อง balance spring แบบ free-sprung สักนิดนึงครับว่ามันเหนือกว่าแบบเดิม ๆ ยังไงบ้างครับ ผมเคยอ่านผ่านตามาว่าเป็นเพราะคุณสมบัติ ซิลิกอน เลยทำให้เหมาะกับระบบ free-sprung มากกว่าแต่ก็ไม่มีรายละเอียดว่าทำไมน่ะครับ





ต้องอธิบายก่อนครับ   ว่า balance spring แบบเดิม  จะเป็นแบบทีสายใย(hair spring) มีปลายสายที่ยึดอยู่กับclamp  ซึ่งจากส่วนที่ถูกรั้งที่clampนี้ ทำให้สายใย ไม่มีสมมาตรเท่าที่ควร

ส่วน จักรกรอก (balance wheel) แบบ free sprung   ตรงส่วนปลายของสายใย จะไม่ได้ถูกดึงไปรั้งกับclamp เหมือนตัวเก่า  ทำให้สายใยมีสมมาตรต่อการหมุนมากขึ้น ทำให้นาฬิกามีความเที่ยงตรง และแม่นยำมากขึ้นครับ

ระบบจักรกรอกรุ่นใหม่นี้ มีทั้งแบบสายใย ธรรมดา (เช่น mido cal80  tissot powermatic80 hamilton H-10 longines l888.2)

และส่วนสายใยที่เป็นซิลิกอน  จะมีคุณสมบัติที่ดีกว่า เช่น ทนสนามแม่เหล็ก รักษาความเที่ยงตรงได้นานกว่า มีคุณสมบัติหล่อลื่นตัวเอง ทำให้ทนทานมากกว่าปกติ ฯลฯ (เช่น mido cal80Si   tissot powermatic80Silicum   hamilton H21 Si   longines l888.4  มีทั้งแบบchronometer และไม่ Chronometer แล้วแต่แบรนด์ )


ซึ่ง balance spring แบบ free sprung  ไม่สามารถปรับความเที่ยงตรงโดยการปรับตั้งความยาวสายใย(ไม่มีตัวปรับความยาวและความยาวของสายใยถูกคำนวนจากโรงงานผลิตด้วยเครื่องมือพิเศษ) หรือ ดัดสายใยเพื่อซ่อมเหมือนที่ช่างข้างนอกทำได้  ทำได้แค่การปรับตุ้มถ่วงน้ำหนักที่จักรกรอก เพื่อปรับตั้ง      ส่วนสายใย ถ้าเสียหายคงต้องเปลี่ยนอย่างเดียว


ด้วยเหตุผลข้างต้น  silicon ซึ่งเป็นวัสดุมีคุณสมบัติ เน้นทนทาน กับ ความเที่ยงตรงระยะยาว  จึงเหมาะสมที่จะใช้กับ จักรกรอก free sprung


ขอบคุณมากครับ^^
ตรงที่บอกว่าถ้าเสียหายคงต้องเปลี่ยนอย่างเดียวอันนี้ตรงกับที่ช่างนาฬิกาประจำ เคยบอกผมตอนที่สายใยแบบนี้เพิ่งออกมาใหม่ ๆ ครับ ตอนแรกผมยังไม่ค่อยเชื่อแต่ช่างยืนยันว่าจริง ดัดจริงพังจริงและต้องซื้อเส้นใหม่จริง ผมยังนึกเลยว่าทำไมสายใยซิลิคอนถึงได้เปราะบางขนาดนี้ แล้วถ้าเกิดทำตกหรือกระแทกแรง ๆ มันไม่แตกหักคานาฬิกาเลยหรือไร แต่ก็คิดแหละครับว่าคนที่ออกแบบน่าจะคิดล่วงหน้าเอาไว้หมดแล้ว


อีกอย่างที่สงสัยแต่ยังหาแหล่งข้อมูลมายืนยันไม่ได้สักทีก็คือ balance spring แบบ free sprung ได้รับการยอมรับมานานจากฝั่งตะวันตกว่าเหนือกว่าแบบ Regulated balance แต่สำหรับนาฬิกาฝั่งตะวันออกก็ยังไม่มีการใช้งาน หรือมีแต่ผมยังไม่เจอก็ไม่รู้น่ะครับ ถ้าจะบอกว่าเหนือกว่าในแง่ความเที่ยงตรงสูงกว่า GS ก็ใช้ Regulated และมีความเที่ยงตรงในระดับที่สูงกว่าหรือเท่าเทียมกับโครโนมิเตอร์ฝั่งตะวันตกที่ใช้ free sprung ทำให้ผมคิดว่าถ้าระบบมันดีจริงทำไมไม่ใช้ หรือว่าติดเรื่องลิขสิทธิ ?


อีกนิดนึงนะครับ ประโยคที่ว่า คุณสมบัติหล่อลื่นตัวเอง ของสายใยซิลิคอนนี้มันคืออะไรน่ะครับ เท่าที่รู้ สายใยทำหน้าที่เหมือนสปริงไม่มีส่วนใดเสียดสีหรือสัมผัสกับอะไรเลย แล้วคุณสมบัติข้อนี้มันพิเศษอย่างไรหรือครับ?


ท้ายนี้ ผมขออภัยด้วยครับที่ถามซอกแซก และขอขอบคุณคุณ Crypt ที่กรุณาแบ่งปันความรู้ครับ


Index regulator can be adjusted to the same accuracy as free sprung.
(Although "in theory" free sprung keeps time better due to having less moving parts or sources of error).


However, index regulator is more susceptible to shock or simple say it is easier to get "knock-off"(the index moved) from the regulated rate.
Free sprung is more resistant to shock and keep its rate consistently because the effective length of its hairspring will never change.
The problem of free sprung is that it's difficult to adjust and can be done only by poising weights/ screws on the balance wheel's rim (see Patek's gyromax assembly) while the index regulator can be adjusted simply by turning the index even when the watch is running.


"อีกนิดนึงนะครับ ประโยคที่ว่า คุณสมบัติหล่อลื่นตัวเอง ของสายใยซิลิคอนนี้มันคืออะไรน่ะครับ เท่าที่รู้ สายใยทำหน้าที่เหมือนสปริงไม่มีส่วนใดเสียดสีหรือสัมผัสกับอะไรเลย แล้วคุณสมบัติข้อนี้มันพิเศษอย่างไรหรือครับ?"
You were right that self-lubricating property of silica has less implication in the case of hairspring but silica is perfect to this application in other ways, namely "anti-magnetic", "less sensitive to temperature changes", and "spring" quality ครับ :) (as we can see all metal spring alloy always get silica as one of the mixtures).

17
PP , A.Lang, Vacharon


Technically, my order is same as yours krab.
Aesthetically, no winner or looser, all of them make nice ones, mediocre ones as well as ridiculous ones.

18
Column wheel and cam actuator are 2 systems functioning to engage or disengage chronograph function.
Column wheel uses its vertical gear teeth to turn the clutch lever.
Cam actuator uses its off-center cam shape to push the clutch lever.


Cam actuator feels firmer than column wheel because its action is to "push" its rim against the level.
Column wheel is smoother because it works by click and turn engaging the lever's hook.
Column wheel is harder to built and therefore more expensive.
It is a traditional way of making chronograph and looks beautiful.
Cam actuator is cheaper to make by punching metal plate into the shape.


A draw back of both systems is that normally they utilize horizontal clutch.
This horizontal clutch sometimes exhibit "jumping" of the seconds hand.
It is because when the chronograph wheel meshes with the central wheel, teeth of both wheels might not align.
Another disadvantage of both is a "drag" of transmitting power during the engagement resulting in loosing small accuracy.


A solution to these problems is using the "vertical clutch" system where there is no teeth to mesh.
To engage chronograph function, 2 wheels coupling to each other by friction vertically.
This way there is no "jumping" and no "drag" of transmitting power.


Problems of vertical clutch system are expensive to manufacture, difficult to repair and visually boring.


19
เสียใจด้วยที่ผิดหวังครับ

20
ลดความถี่ = เพิ่ม power reserve และ ลดการสึกหรอ ครับ

21
BL=Breitling เพิ่งซื้อมาเดือนนึง ไม่ได้ใส่ นอนกล่อง 2/7/20เพิ่งใส่วันแรกก็เจอเลยในวันรุ่งขึ้นว่าเร็ว 9-10 วิ แต่ไม่มั่นใจเลยใส่ต่อครบอาทิตย์ความคาดเคลื่อนไม่เปลี่ยนแปลงเขียนเมล์ไปบอกทางเมืองนอก กลับส่งตัวแทนขายมาคุยแล้วบอกว่าเช็คกับทางเมืองนอกแล้ว เขาบอกว่าปกติรุ่นนี้ +10
แต่หน้าปัดเขียนว่า โครโนมิเตอร์ พร้อมมีใบรับรองในกล่องให้มาครับ
ด้วยเหตุนี้ผมจึงสงสัยว่า ไบร์ลิ่งไม่ได้ส่งทดสอบทุกเรือนจริงๆ เป็นการส่งแค่บางตัวแบบสุ่มครับ


สมมุติว่า ทั้งหมดที่คุณกล่าวมานั้นจริง  แบรนด์ก็กำลัง”กดปุ่มทำลายตัวเอง”แล้วแหละครับ

รู้สึกแย่ ที่นาฬิกาแบรนด์ ทำกับลูกค้าได้ขนาดนี้

รู้สึกเสียใจกับคุณด้วย ที่ต้องมาเจออะไรที่แย่ ๆ แบบนี้ครับ.


คิดว่าปัญหาคือตัวแทนไม่ใช่แบรนด์ครับ
ลองดูในใบรับรองว่า deviation ของเครื่องเป็นอย่างไร
chronometer มี deviation = 10
"เขาบอกว่าปกติรุ่นนี้ +10" แปลว่าต้องเป็น -0+10 น่าจะเป็นการ set up ที่ไม่ดีนัก
"รู้สึกแย่ที่แบรนด์ทำกับลูกค้าได้ขนาดนี้".....ลองถามทางเมืองนอกว่า ที่ตัวแทนบอกแบบนั้น จริงหรือไม่? ก่อนด่วนสรุปครับ


22
อ้าว คุณ Deedeewa คิดเองไปแล้ว :)

23
เปลี่ยนเถอะครับ เกรงจะเป็นอันตราย
ใส่กระจกใหม่แล้วเขียนตัวหนังสือเหมือนเดิมเป็น restoration
จะเก็บของเก่าให้ปลอดภัยไว้เป็นที่ระลึกหรือ reference object ก็ได้ครับ :)

24
ขอบคุณครับ
สอบถามเพิ่มเติมครับ พอดีข้อมือผมไม่ใหญ่มากนัก เลยทำให้พอพับนาฬิกาใส่หมอน   มันค่อนข้างจะแน่น
ไม่ทราบจะมีผลเสียมากไหมครับ  หรือ ควรปลดสายออกครับ  แต่ก็กลัวรูที่สายจะเสีย


ผมใช้หมอนนิ่ม หรือ หาหมอนเล็กมาแทน ครับ

25
วางตะแคง เอาเม็ดมะยมหันลง กรณีหยิบใส่ทุกวัน
หากเก็บนาน จะเอารัดรอบหมอนใส่เก็บในกล่อง
สายหนังหากเริ่มโค้งจะไม่พยายามดัดกลับให้ราบตรง ครับ

26
ตอนนี้ผมมี 5980r กับ 5164a ครับ  ภรรยาให้ซื้อเพิ่มได้1เรือน ผมชอบทุกเรือนเลยครับ คิดว่าสักวันจะค่อยๆๆเก็บทีละเรือนให้ครบครับ  ผมควรจะไปเรือนไหนก่อนดีครับ พี่ๆเพื่อนๆชอบเรือนไหนครับ :)


Already got complication, therefore I would suggest a simple one krab, 5711A

27
ถ้าเราไม่ได้ใช้นาฬิกากลไกในระยะเวลานาน ๆ วิธีดูแลกลไกนาฬิกาง่าย ๆ และได้ผลก็คือ การนำเอานาฬิกามาขึ้นลาน หรือแกว่ง เพื่อให้นาฬิกาเดินหรือทำงานราว ๆ 12 ถึง 24 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย หนึ่งครั้งต่อเดือน หรือ ต่อสองเดือน ครับ


สำหรับเรื่องนี้ พี่นกฮูกเคยอธิบายให้ฟังว่า การเก็บนาฬิกาไว้เฉย ๆ จะทำให้นาฬิกากลไกหยุดทำงานและอยู่ในท่าเดียวนาน ๆ ผลก็คือสารหล่อลื่นที่จำเป็นสำหรับกลไกจะถูกแรงดึงดูดของโลกดึงให้ไหลออกจากจุดที่ควรอยู่ทำให้การหล่อลื่นในจุดนั้น ๆ ลดน้อยลง ถ้ายิ่งนานวันเข้าก็จะมีผลให้การหมุนของกลไกมีปัญหาได้  การแก้ไขปัญหาทำได้ง่าย ๆ คือการทำให้กลไกเกิดการทำงาน การหมุนจะช่วยให้สารหล่อลื่นยังคงสภาพและอยู่ในจุดที่ควรอยู่ ทำเช่นนี้สักเดือนละครั้งก็จะกำลังดี และที่ต้องให้ทำงานราว 12 ถึง 24 ชั่วโมงก็เพราะ ในระยะเวลาดังกล่าวกลไกทุกตัวจะทำงานอย่างน้อย 1 รอบ เช่นถ้าเป็นนาฬิกามีวันและวันที่ กลไกเปลี่ยนวันและวันที่ก็จะทำงานจนครบ 1 รอบใน 24 ชั่วโมง หรืออย่างน้อย ครึ่งรอบในเวลา 12 ชั่วโมงซึ่งการเคลื่อนไหวนี้เพียงพอต่อการรักษาสภาพของสารหล่อลื่นแล้ว


สำหรับการใช้กล่องหมุนนั้น พี่นกฮูกเคยทักท้วงถึงข้อควรระวัง นั้นก็คือการคำนวนรอบหมุนผิดพลาดจนทำให้เกิดการขึ้นลานที่มากเกินไปจนเกิดอาการลานเสื่อม ซึ่งในต่างประเทศเรียกอาการนี้ว่า คลัทช์ชำรุด ซึ่งต้องเปลี่ยนเส้นลานใหม่ ดังนั้นการใช้กล่องหมุนขึ้นลานนาฬิกาถึงจะสะดวกแต่ผู้ใช้ต้องคำนวณรอบการหมุนขึ้นลานให้พอดีกับการใช้พลังงานจึงจะไม่เกิดผลเสียหาย  ผมจำได้ว่าเก็บการคำนวณตัวอย่างรอบหมุนของพี่นกฮุกไว้แต่ยังหาไม่เจอก็เลยตอบตามที่พอทราบเพียงเท่านี้ครับ


ข้อมูลการตั้ง จำนวนรอบของ กล่องหมุนจากบริษัท Orbita ครับ (TPD)
https://www.orbita.com/winder-support/?sw=a&fl=true

30
หาดูหลายยี่ห้อ ไม่มีแบบที่ตราว่าโครโนมิเตอร์ครับ


นาฬิกาที่ได้ chronometer คือนาฬิกาที่ส่งทดสอบ....Rolex is the champion on this.....follows by BreitlingI also think Chopard Perpetual is COSCed. ส่วนที่ไม่ได้ส่งทดสอบ มืได้หมายความว่า นาฬิกานั้นไม่ตรง ครับมี่นาฬิกามากมายที่ เที่ยงตรง "อยู่ในเกณฑ์" หรือ "ดีกว่า" เช่น JLC  has its own test with 1000 hours although there is no specific accuracy But many had tested and found it to be within or better than COSC. PP's own standard is better at -3 +2 , Many other brands as well........Etc.
In my opinion, COSC is a PROOF that a watch CAN BE ADJUSTED to be COSC. But that adjustment of accuracy won't last forever....(only after leaving the factory). Over time with normal use or subjected to extreme condition, that accuracy is most likely be altered.
It's assumed that several prestigious brands have very strict standard adjusting their watches.Therefore, their accuracy should be acceptable and reliable.
I think most producers of perpetual calendar watches do not sent their watches to the test.  My guess would be additional cost (this one may not matter much) and the companies don't want their movements to be handled by the third party.  Although COSC was established to raise the industry's standard but many modern movements can be easily adjusted to COSC. At the end, COSC while it is a certification of timing accuracy, it is somewhat used as a commercial gimmick as well.

Pages: 1 [2] 3 4 ... 6