Hello Guest

Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Tanz

Pages: 1 [2] 3 4 ... 6
16
อันนี้ไม่รู้จริงๆพี่ แต่หนูใส่ Breitling 17 บน กูเกิ้ล มันก็ขึ้นบอกมาว่ามีกลไก ETA เป็นการวางรากฐาน ซึ่งแปลว่าไม่ได้คิดเอง (หนูสงสัยพี่มากๆเลยว่าทำไมพี่ถึงตั้งกระทู้เกี่ยวกับคำถามง่ายๆแบบนี้บ่อยจัง, บางทีลองหาศึกษาด้วยตัวเองบ้างก็อาจจะเป็นผลดีให้กับตัวเองนะพี่ชาย)


 :) :) :) ;) ;) ;) :D :D :D ;D ;D ;D

17
MIDO MULTIFORT GMTเพิ่งซื้อมาสามวันเฉลี่ย + 10 วิต่อวันครับ
ถามศูนย์เซลล์บอก -5+30 วิ ผมไม่ไหวแน่ เลยถามช่างศูนย์ เขาจะปรับตั้งให้น้อยลงหน่อยนึงได้
ก็กะว่าจะเอาไปปรับตั้งค่าใหม่ครับ


ลองใช้ดูก่อนครับ บางที เซลล์ก็ให้ข้อมูลไม่สมบูรณ์นักหรอกครับ
ตามปรกติแล้ว mido ที่ไม่มีคำว่า Chronometer ความคราดเคลื่อนมักจะอยู่ที่ 10 วินาทีต่อวัน
การปรับแต่งความเที่ยงตรงให้เที่ยงตรงกว่านี้อาจจะทำได้แต่ไม่ใช่ทุกกรณี
ถ้าคุณชอบความเที่ยงตรงแบบสุด ๆ ก็คงต้องหาที่เป็นโครโนมิเตอร์ หรือที่เป็นระบบควอทซ์ครับ




18
สวยดีครับ เครื่องก็งดงาม ลายฉลุเป็นแบบโมเดิร์น คาดว่าน่าจะทำออกมาไม่มากนัก ถ้าชอบก็จัดเลยอย่าลังเลนานเพราะมันอาจจะหมดหาซื้อไม่ได้ก็ได้ จะทำให้เสียดายภายหลัง โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่ามันเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เท่ และ ร่วมสมัย กลไกภายในก็มีประวัติและมีชื่อเสียง ข้อเสียในมุมมองของผมก็คือขนาดมันใหญ่เกินไปไม่เหมาะกับข้อมือของผมก็เท่านั้นเองครับ

19
ตอบแบบเท่าที่รู้นะ
เครื่อง eta 2893-2 มีพื้นฐานมาจากเครื่อง 2892
ในช่วงปลายยุค 80 2892 ถือว่าเป็นเครื่องระดับเรือธงของ eta เลยทีเดียว
2892 เท่าที่รู้ จะแบ่งระดับเครื่องออกเป็น 3 ระดับ (อาจจะจำพลาดเพราะเคยอ่านเจอมาหลายปีแล้ว)
แต่ละระดับจะมีช่วงความเที่ยงตรงแตกต่างกัน
2892 ระดับสูงสุด น่าจะเป็นโครโนมิเตอร์ ความเที่ยงตรงคือ -4 ถึง +6 วินาทีต่อวัน
ในระดับอื่น ๆ ก็จะลดหลั่นกันลงมา


ผมเคยถามผู้รู้ว่า ถ้าเอาเครื่อง 2892 ไปปรับให้มีความเที่ยงตรงในระดับโครโนมิเตอร์จะทำได้ไหม
คำตอบก็คือ ทำได้ แต่ไม่เสถียร คือ วันนี้เดินตรงแต่พรุ่งนี้อาจจะไม่ตรง เพราะคุณภาพของกลไกในระดับปรับแต่งอย่างละเอียดอ่อนแตกต่างกัน ดังนั้น ถ้านาฬิกาใช้ 2892 แล้วเป็นโครโนมิเตอร์ หมายถึงมันมีคุณภาพในระดับโครโนมิเตอร์จริง ๆ แต่ที่ไม่มี มันก็จะเที่ยงตรงตามมาตรฐานตามระดับขั้นของมัน โดยทั่ว ๆ ไปแล้วสำหรับนาฬิการะดับ mido เมื่อหลายปีก่อน พี่นกฮูกเคยบอกว่าราว 15 วินาทีต่อวัน แต่ในตอนนี้เท่าที่เคยสัมผัสน่าจะน้อยกว่านั้น ราว 10 วินาทีต่อวัน ยิ่งมีกลไกรุ่นใหม่ ๆ ที่พัฒนาขึ้นมาเช่นพวก mido 80 movement พวกนี้เป็น eta 28xx ที่พัฒนาระบบลาน ระบบสายใย และเส้นสายใยแบบซิลิกอน แม้จะลดความถี่ลงแต่ก็ยังคงรักษาความเที่ยงตรงในระดับโครโนมิเตอร์ได้อย่างสบาย ๆ


2893 ถึงจะเคยสุดยอดมาก่อน แต่เทคโนโลยี่ที่ดีกว่าก็ย่อมจะดีกว่าเดิม เป็นเรื่องธรรมดา เคยอ่านเจอว่าเครื่องรุ่นใหม่ ๆ ของ eta เดี๋ยวนี้มีความเที่ยงตรงในระดับเหนือกว่าโครโนมิเตอร์ไปแล้ว

20
ถ้าเราไม่ได้ใช้นาฬิกากลไกในระยะเวลานาน ๆ วิธีดูแลกลไกนาฬิกาง่าย ๆ และได้ผลก็คือ การนำเอานาฬิกามาขึ้นลาน หรือแกว่ง เพื่อให้นาฬิกาเดินหรือทำงานราว ๆ 12 ถึง 24 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย หนึ่งครั้งต่อเดือน หรือ ต่อสองเดือน ครับ


สำหรับเรื่องนี้ พี่นกฮูกเคยอธิบายให้ฟังว่า การเก็บนาฬิกาไว้เฉย ๆ จะทำให้นาฬิกากลไกหยุดทำงานและอยู่ในท่าเดียวนาน ๆ ผลก็คือสารหล่อลื่นที่จำเป็นสำหรับกลไกจะถูกแรงดึงดูดของโลกดึงให้ไหลออกจากจุดที่ควรอยู่ทำให้การหล่อลื่นในจุดนั้น ๆ ลดน้อยลง ถ้ายิ่งนานวันเข้าก็จะมีผลให้การหมุนของกลไกมีปัญหาได้  การแก้ไขปัญหาทำได้ง่าย ๆ คือการทำให้กลไกเกิดการทำงาน การหมุนจะช่วยให้สารหล่อลื่นยังคงสภาพและอยู่ในจุดที่ควรอยู่ ทำเช่นนี้สักเดือนละครั้งก็จะกำลังดี และที่ต้องให้ทำงานราว 12 ถึง 24 ชั่วโมงก็เพราะ ในระยะเวลาดังกล่าวกลไกทุกตัวจะทำงานอย่างน้อย 1 รอบ เช่นถ้าเป็นนาฬิกามีวันและวันที่ กลไกเปลี่ยนวันและวันที่ก็จะทำงานจนครบ 1 รอบใน 24 ชั่วโมง หรืออย่างน้อย ครึ่งรอบในเวลา 12 ชั่วโมงซึ่งการเคลื่อนไหวนี้เพียงพอต่อการรักษาสภาพของสารหล่อลื่นแล้ว


สำหรับการใช้กล่องหมุนนั้น พี่นกฮูกเคยทักท้วงถึงข้อควรระวัง นั้นก็คือการคำนวนรอบหมุนผิดพลาดจนทำให้เกิดการขึ้นลานที่มากเกินไปจนเกิดอาการลานเสื่อม ซึ่งในต่างประเทศเรียกอาการนี้ว่า คลัทช์ชำรุด ซึ่งต้องเปลี่ยนเส้นลานใหม่ ดังนั้นการใช้กล่องหมุนขึ้นลานนาฬิกาถึงจะสะดวกแต่ผู้ใช้ต้องคำนวณรอบการหมุนขึ้นลานให้พอดีกับการใช้พลังงานจึงจะไม่เกิดผลเสียหาย  ผมจำได้ว่าเก็บการคำนวณตัวอย่างรอบหมุนของพี่นกฮุกไว้แต่ยังหาไม่เจอก็เลยตอบตามที่พอทราบเพียงเท่านี้ครับ


ข้อมูลการตั้ง จำนวนรอบของ กล่องหมุนจากบริษัท Orbita ครับ (TPD)
https://www.orbita.com/winder-support/?sw=a&fl=true




ขอบคุณคุณwatchloverมาก ๆ ครับ
ข้อมูลรอบหมุนที่คุณกรุณาหามาให้เป็นพื้นฐานของการคำนวณรอบหมุนที่พี่นกฮูกเคยสอนไว้ มันจะมีการคำนวณมากกว่านี้อีกขั้นนึงครับ ซึ่งผมก็เสียดายที่ค้นหาไม่พบในตอนนี้ ที่จริงผมไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำเพราะผมก็ไม่ได้ใช้เครื่องหมุนขึ้นลานนาฬิกาแบบนี้ พอดีมีกระทู้ถามขึ้นมาถึงนึกชึ้นได้ว่าเคยผ่านตา แต่พอจะหามาอ่านก็หาไม่เจอเสียแล้วครับ

21
นาฬิกาเรือนทองถ้าผลิตขึ้นมาจากทองคำผสมหรือที่เรียกว่า โซลิดโกล์ด จะไม่ลอก แม้ผิวทองหมองเพราะการใช้งานมานานก็สามารถล้างหรือขัดเงาได้ อย่างมากก็เสียน้ำหนักทองคำไปเล็กน้อย   นอกจากกรณีนี้แล้ว ตัวเรือนที่เป็นสีทองในกรณีอื่นทุกกรณีลอกหมด แม้แต่ ราโดไดสตาร์เรือนสีทองที่แข็งมาก ๆ ก็ยังลอกครับ  ดังนั้นเวลาจะซื้อนาฬิกาจะต้องดูสเปคในเรื่องเรือนทองให้ดีดี บางครั้งมีการกล่าวอ้างว่าเป็นงานชุบทองชนิดหนาหลายสิบไมครอน เคลือบทอง หุ้มทอง ฯลฯ มีการรับประกันว่าไม่ลอก หรือเป็นผิวสีทองแบบชุบอะตอม ทุกอย่างลอกหมดถ้าไม่ได้ทำมาจากทองคำครับ

22
แนะนำให้คุณปรึกษาคุณพ่อของคุณก่อนเป็นคนแรกครับ เพราะ คุณคงเคยได้ยินตำพังเพยที่กล่าวไว้ว่า”ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ตามใจผู้นอน” จากนั้นค่อย ๆ ปรับความต้องการของคุณกับของคุณพ่อคุณให้เข้ากัน ก็จะได้ผลลัพธ์เป็นนาฬิกาเรื่อนที่พึงพอใจครับ

24
นาฬิกาของผมมีแค่สามเข็มไม่มีวันและวันที่ครับ เลยสบายไปไม่ต้องเปลี่ยน

25
ถ้าเราไม่ได้ใช้นาฬิกากลไกในระยะเวลานาน ๆ วิธีดูแลกลไกนาฬิกาง่าย ๆ และได้ผลก็คือ การนำเอานาฬิกามาขึ้นลาน หรือแกว่ง เพื่อให้นาฬิกาเดินหรือทำงานราว ๆ 12 ถึง 24 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย หนึ่งครั้งต่อเดือน หรือ ต่อสองเดือน ครับ


สำหรับเรื่องนี้ พี่นกฮูกเคยอธิบายให้ฟังว่า การเก็บนาฬิกาไว้เฉย ๆ จะทำให้นาฬิกากลไกหยุดทำงานและอยู่ในท่าเดียวนาน ๆ ผลก็คือสารหล่อลื่นที่จำเป็นสำหรับกลไกจะถูกแรงดึงดูดของโลกดึงให้ไหลออกจากจุดที่ควรอยู่ทำให้การหล่อลื่นในจุดนั้น ๆ ลดน้อยลง ถ้ายิ่งนานวันเข้าก็จะมีผลให้การหมุนของกลไกมีปัญหาได้  การแก้ไขปัญหาทำได้ง่าย ๆ คือการทำให้กลไกเกิดการทำงาน การหมุนจะช่วยให้สารหล่อลื่นยังคงสภาพและอยู่ในจุดที่ควรอยู่ ทำเช่นนี้สักเดือนละครั้งก็จะกำลังดี และที่ต้องให้ทำงานราว 12 ถึง 24 ชั่วโมงก็เพราะ ในระยะเวลาดังกล่าวกลไกทุกตัวจะทำงานอย่างน้อย 1 รอบ เช่นถ้าเป็นนาฬิกามีวันและวันที่ กลไกเปลี่ยนวันและวันที่ก็จะทำงานจนครบ 1 รอบใน 24 ชั่วโมง หรืออย่างน้อย ครึ่งรอบในเวลา 12 ชั่วโมงซึ่งการเคลื่อนไหวนี้เพียงพอต่อการรักษาสภาพของสารหล่อลื่นแล้ว


สำหรับการใช้กล่องหมุนนั้น พี่นกฮูกเคยทักท้วงถึงข้อควรระวัง นั้นก็คือการคำนวนรอบหมุนผิดพลาดจนทำให้เกิดการขึ้นลานที่มากเกินไปจนเกิดอาการลานเสื่อม ซึ่งในต่างประเทศเรียกอาการนี้ว่า คลัทช์ชำรุด ซึ่งต้องเปลี่ยนเส้นลานใหม่ ดังนั้นการใช้กล่องหมุนขึ้นลานนาฬิกาถึงจะสะดวกแต่ผู้ใช้ต้องคำนวณรอบการหมุนขึ้นลานให้พอดีกับการใช้พลังงานจึงจะไม่เกิดผลเสียหาย  ผมจำได้ว่าเก็บการคำนวณตัวอย่างรอบหมุนของพี่นกฮุกไว้แต่ยังหาไม่เจอก็เลยตอบตามที่พอทราบเพียงเท่านี้ครับ

26
ถ้านาฬิกาบอกดำน้ำ 1000 m ถ้าเราผูกเชือกแล้วโยนลงน้ำให้ลึก 1000m จริง ตัวมันเองจะทนได้จริงไหมครับ


55555 หาเชือกมาก่อนเลยครับ แล้วหาทำเลทะเลที่ลึกพอแล้วจัดการเลยครับ ผมก็อยากรู้เหมือนกัน แค่ว่า ผมไม่อยากขี่ช้างจับตั๊กแตน แค่นั้นเองครับ ^^

27
วาวล์ฮีเลี่ยมจะเปิดปิดเองตามแรงดันหรือเราต้องกะระยะเปิดเองครับ


เท่าที่ทราบ โอเมกาต้องหมุนเปิดเอง ส่วนของแบรนด์อื่นมีทั้งอัตโนมัติและต้องเปิดเอง ข้อดีข้อเสียก็มีกันคนละแบบครับ แบบเปิดเองข้อเสียคือ ถ้าลืมเปิดในตอนที่จำเป็นต้องใช้งานก็อาจจะไม่ทันกับความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว ข้อดีก็คือวาวล์ไม่ต้องสัมผัสกับสภาวะภายนอกอยู่ตลอดเวลาทำให้วาวล์ไม่ชำรุดง่าย ๆ ผมคิดว่าการออกแบบให้เราเปิดปิดวาวล์เองเป็นเพราะผู้ผลิตคิดไว้แล้วว่าโอกาสใช้งานมีไม่มากนัก  ส่วนแบรนด์ที่เป็นวาวล์อัตโนมัติ วาวล์จะสัมผัสกับสภาวะรอบข้างอยู่ตลอดเวลาทำให้วาวล์มีโอกาสชำรุดได้ง่ายกว่า เมื่อถึงเวลาใช้งานจริงอาจจะทำงานไม่ได้ก็ได้ แต่ก็มีข้อดีที่ ถ้าอยู่ในสถานการณ์ต้องใช้งานเราไม่ต้องพะวักพะวงกับการเปิดวาวล์ เพราะในสถานการณ์จริงอาจจะมีหลายเรื่องที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนจนลืมเรื่องวาวล์ตัวนี้ไปเลยก็ได้ ซึ่งในกรณีแบบนี้ วาวล์อัตโนมัติจะดีกว่าครับ

28
แล้วนาฬิกาพวกนี้จะแข็งแรงมากกว่านาฬิกาที่กันน้ำ 200 m รึเปล่าครับถ้าเราซื้อรุ่น 1000m หรือแข็งแรงทนแรงกระแทก ตกพื้นมากกว่านาฬิกาทั่วไปรึเปล่าครับ


555 คุณถามแปลก ๆ น่ะ


นาฬิกาดำน้ำลึก 1000 เมตรก็ต้องแข็งแรงกว่า 200 เมตร อยู่แล้วครับ แต่ มันแข็งแรงในแง่ที่ว่าใช้มัน”ต้านและรับมือ”กับแรงกดของน้ำไม่ใช่เพื่อรับมือกับแรงกระแทก ทำตกพื้น หรือการใช้งานบนบก ปรกติแล้วนาฬิกาดำน้ำ 1000 เมตร จะต้องใช้ซีลกันน้ำและกระจกที่หนาและแข็งแรงกว่า ต้องมีระบบรับมือกับแรงดันน้ำมากกว่า และสิ่งที่มากกว่านี้ทำให้มันมีน้ำหนักและขนาดที่ใหญ่กว่า เมื่อเราเอามันมาใช้บนบก น้ำหนักและขนาดที่มากกว่า ถ้าเราทำตกแรงปะทะจะมากกว่า ความเสียหายจึงมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น นาฬิกาดำน้ำ 200 เมตรไม่มีฮีเลี่ยมวาวล์ กับ โอเมกาฮีเลี่ยมวาวล์กันน้ำ 1000 เมตร  เวลาอยู่ในน้ำลึก โอเมกาย่อมแข็งแรงกว่าลงน้ำได้ลึกกว่า แต่ถ้าคุณใช้งานอยู่บนบก ความแข็งแรงก็ไม่ต่างกัน ดีไม่ดี ตรงฮีเลี่ยมวาวล์อาจจะเป็นจุดอ่อนสำหรับการใช้งานบนบกด้วยซ้ำไป คุณลองจินตนาการนะว่าถ้าคุณพลั้งมือทำนาฬิกาตกจากที่สูงพอควรบนพื้นปูซิเมนต์แล้วพอดีโดนปุ่มฮีเลี่ยมวาวล์จัง ๆ มันจะเป็นอย่างไร?

29
แล้วแต่จะสร้างให้เที่ยงตรงขนาดไหนน่ะครับ ให้น้อยกว่า เท่าเทียม หรือมากกว่าความเที่ยงตรงตามมาตรฐาน โครโนมิเตอร์ก็ได้ (ปัจจุบันนี้นาฬิกากลไกสามารถสร้างให้มีความเที่ยงตรงสูงกว่าก้าวหน้ากว่ามาตรฐานโครโนมิเตอร์ได้แล้ว)


คือ กลไกตูบิยอง แก้ไขปัญหาเดินไม่ตรงเพราะแรงดึงดูดของโลกเพียงอย่างเดียว แต่ปัจจัยของความเที่ยงตรงของกลไกนาฬิกามันมีหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ความสม่ำเสมอของกำลังลานที่ส่งมาให้จักรกรอก สัมประสิทธิการขยายตัวหดตัวของโลหะที่ใช้ทำจักรกรอกและสายใย คือเรียกว่า สมมุติว่า การทำให้นาฬิกาเที่ยงตรงมี 10 อย่าง ตูบิยองนี่ก็เป็นแค่ 1 ใน 10 ครับ ยิ่งมาตอนหลัง ๆ ค้นพบว่าอัตราการแก่วงตัว ความถี่ ความยืดหยุ่นที่สมมาตรของเส้นสายใย ฯลฯ สามารถชดเชยข้อบกพร่องที่เกิดจากแรงดึงดูดของโลกได้ ตูบิยองในแง่ความเที่ยงตรงจึงมีความสำคัญลดลง แต่อย่างไรก็ตาม กลไกตูบิยองยังคงโดดเด่นในแง่ความเป็นศิลปะที่งดงามและภูมิปัญญาของมนุษยชาติครับ


30
จะว่าไปแล้วก็น่าเสียดายเนื้อหาของพี่นกฮูกจริงๆครับ :-\




ผมก็เสียดายครับ


ตอนนั้นไม่ได้สมัครเป็นสามชิก ได้แต่ผ่านมาอ่านแล้วเก็บความรู้เอาไว้ เสียดายที่ไม่เคยได้คุยได้ถามปัญหาพี่นกฮูกเลยสักครั้ง พอมีโอกาสได้เป็นสมาชิกท่านก็เลิกลาไปแล้ว เสียดายมากครับ

Pages: 1 [2] 3 4 ... 6