Hello Guest

ปัจจัยที่ทำให้นาฬิกากันน้ำต่างกัน แม้ฝาหลัง+เม็ดมะยมจะเป็นแบบเกลียว

  • 4 Replies
  • 526 Views
สอบถามผู้รู้ทุกท่านครับ
ปัจจัยที่ทำให้นาฬิกากันน้ำต่างกัน แม้ฝาหลัง+เม็ดมะยมจะเป็นแบบเกลียวเหมือนกัน =
เกิดจากอะไรครับ ??

เช่น

นาฬิกายี่ห้อ A ฝาหลัง+เม็ดมะยมเป็นแบบเกลียว แต่กันน้ำได้ 50 เมตร
นาฬิกายี่ห้อ B ฝาหลัง+เม็ดมะยมเป็นแบบเกลียว แต่กันน้ำได้ 100 - 200 เมตร
แล้วฝาหลังนาฬิกาแบบเปลือย = จะกันน้ำสู้ฝาหลังแบบทึบได้ไหมครับ (ถ้าฝาหลังเปลือยและฝาหลังทึบ เป็นแบบเกลียวเหมือนกัน ?? )

*

Tanz

  • ***
  • 151
    • View Profile
อยู่ที่วัตถุประสงค์ การคำนวณ ออกแบบ และการใช้วัสดุ เป็นสำคัญ

ถ้าวัตถุประสงค์ต้องการให้กันน้ำ 50 เมตร ก็ออกแบบ คำนวณแรงกดของน้ำ วัสดุที่ทนแรงน้ำได้ในระดับนั้น ตัวซีลควรมีคุณสมบัติอย่างไรจึงใช้กับงาน 50 เมตร และ ทั้งหมดนี้ย่อมแตกต่างกัน ถ้าวัตถุประสงค์ต้องการให้กันน้ำ มาก หรือ น้อยกว่านี้


กฎการสร้างระบบกันน้ำที่สำคัญข้อหนึ่งก็คือ ถ้ามีรอยต่อน้อยที่สุด ก็ย่อมจะมีรอยรั่วน้อยที่สุดตามไปด้วย และกฎข้อนี้ใช้อธิบายว่าทำไมฝาหลังขันเกลียวชนิดฝาใสจึงด้อยกว่าฝาขันเกลียวชนิดฝาทึบ เพราะการมีกระจกจะเพิ่มรอยต่อและเพิ่มซีลขึ้นอีกหนึ่งจุด นอกจากนี้ กระจกไม่ว่าจะเป็นกระจกแบบใด คุณสมบัติในการรับแรงยังคงด้อยกว่าโลหะเสมอ


สิ่งสำคัญที่ทำให้นาฬิกากันน้ำได้คือ ซีลยางกันน้ำ
สิ่งสำคัญที่ทำให้ซีลยางกันน้ำทำหน้าที่ได้เต็มขีดความสามารถคือ แรงกด
ฝาและมะยมนั้น ส่วนที่เป็นเกลียวคือสิ่งสำคัญที่สร้างแรงกดไปบนซีลยางกันน้ำให้มากพอที่จะสร้างแรงต้านจากแรงดันน้ำในระดับความลึกแตกต่างกัน และแน่นอนว่าซีลยางกันน้ำก็จะมีคุณลักษณะแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้เช่นกัน





*

OMAHA

  • **
  • 72
    • View Profile
อยู่ที่วัตถุประสงค์ การคำนวณ ออกแบบ และการใช้วัสดุ เป็นสำคัญ

ถ้าวัตถุประสงค์ต้องการให้กันน้ำ 50 เมตร ก็ออกแบบ คำนวณแรงกดของน้ำ วัสดุที่ทนแรงน้ำได้ในระดับนั้น ตัวซีลควรมีคุณสมบัติอย่างไรจึงใช้กับงาน 50 เมตร และ ทั้งหมดนี้ย่อมแตกต่างกัน ถ้าวัตถุประสงค์ต้องการให้กันน้ำ มาก หรือ น้อยกว่านี้


กฎการสร้างระบบกันน้ำที่สำคัญข้อหนึ่งก็คือ ถ้ามีรอยต่อน้อยที่สุด ก็ย่อมจะมีรอยรั่วน้อยที่สุดตามไปด้วย และกฎข้อนี้ใช้อธิบายว่าทำไมฝาหลังขันเกลียวชนิดฝาใสจึงด้อยกว่าฝาขันเกลียวชนิดฝาทึบ เพราะการมีกระจกจะเพิ่มรอยต่อและเพิ่มซีลขึ้นอีกหนึ่งจุด นอกจากนี้ กระจกไม่ว่าจะเป็นกระจกแบบใด คุณสมบัติในการรับแรงยังคงด้อยกว่าโลหะเสมอ


สิ่งสำคัญที่ทำให้นาฬิกากันน้ำได้คือ ซีลยางกันน้ำ
สิ่งสำคัญที่ทำให้ซีลยางกันน้ำทำหน้าที่ได้เต็มขีดความสามารถคือ แรงกด
ฝาและมะยมนั้น ส่วนที่เป็นเกลียวคือสิ่งสำคัญที่สร้างแรงกดไปบนซีลยางกันน้ำให้มากพอที่จะสร้างแรงต้านจากแรงดันน้ำในระดับความลึกแตกต่างกัน และแน่นอนว่าซีลยางกันน้ำก็จะมีคุณลักษณะแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้เช่นกัน



Like

*

Tanz

  • ***
  • 151
    • View Profile
อยู่ที่วัตถุประสงค์ การคำนวณ ออกแบบ และการใช้วัสดุ เป็นสำคัญ

ถ้าวัตถุประสงค์ต้องการให้กันน้ำ 50 เมตร ก็ออกแบบ คำนวณแรงกดของน้ำ วัสดุที่ทนแรงน้ำได้ในระดับนั้น ตัวซีลควรมีคุณสมบัติอย่างไรจึงใช้กับงาน 50 เมตร และ ทั้งหมดนี้ย่อมแตกต่างกัน ถ้าวัตถุประสงค์ต้องการให้กันน้ำ มาก หรือ น้อยกว่านี้


กฎการสร้างระบบกันน้ำที่สำคัญข้อหนึ่งก็คือ ถ้ามีรอยต่อน้อยที่สุด ก็ย่อมจะมีรอยรั่วน้อยที่สุดตามไปด้วย และกฎข้อนี้ใช้อธิบายว่าทำไมฝาหลังขันเกลียวชนิดฝาใสจึงด้อยกว่าฝาขันเกลียวชนิดฝาทึบ เพราะการมีกระจกจะเพิ่มรอยต่อและเพิ่มซีลขึ้นอีกหนึ่งจุด นอกจากนี้ กระจกไม่ว่าจะเป็นกระจกแบบใด คุณสมบัติในการรับแรงยังคงด้อยกว่าโลหะเสมอ


สิ่งสำคัญที่ทำให้นาฬิกากันน้ำได้คือ ซีลยางกันน้ำ
สิ่งสำคัญที่ทำให้ซีลยางกันน้ำทำหน้าที่ได้เต็มขีดความสามารถคือ แรงกด
ฝาและมะยมนั้น ส่วนที่เป็นเกลียวคือสิ่งสำคัญที่สร้างแรงกดไปบนซีลยางกันน้ำให้มากพอที่จะสร้างแรงต้านจากแรงดันน้ำในระดับความลึกแตกต่างกัน และแน่นอนว่าซีลยางกันน้ำก็จะมีคุณลักษณะแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้เช่นกัน



Like


^^ T1 ไปต่างจังหวัดครับ ผมT2 เลยเข้ามาขอบคุณ คุณ OMAHA แทน T1 นะครับ ^^


T2.

ทุกๆ 30 ฟุต หรือประมาณ 10 เมตร ที่ลงน้ำลึกลงไป แรงดันจะเพิ่มขึ้น 1 bar หรือ 760 mmHg
แรงดันอากาศบนพื้นดินที่เราใช้ชีวิตกัน ก็คือประมาณ 1 bar นี่แหละครับ แสดงว่า แรงดันจะเพิ่มขึ้น 1 เท่า ทุกๆ น้ำลึกขึ้น 10 เมตร ซึ่งเยอะมากเลยนะครับ
ดังนั้น การที่นาฬิกาบอกว่ากันน้ำได้กี่เมตรๆ ก็คือสะท้อนถึง จะทนแรงดันได้เท่านั้นๆ bar มากกว่าครับ
เช่น น้ำที่พุ่งเข้ามาจากสายยางหรือฝักบัวที่ฉีด หรือฝนตกหนักๆที่ตกกระแทก ก็อาจจะมีแรงดันมากกว่าน้ำที่ไหลเอื่อยๆเรื่อยๆจากก๊อกน้ำจากการล้างมือ
เลยเป็นที่มาของลักษณะการใช้งานของนาฬิกาที่ระบุว่าทนน้ำลึกได้ 5 , 10 , 30 ,50 เมตร ครับ
ดังนั้น การที่จะกันน้ำได้ลึกเท่าไร ก็คือการทนแต่แรงดันที่จะทะลุผ่านระบบคุ้มกันของนาฬิกาไปได้จนทำให้เกิดความเสียหายถึงกลไกภายใน
สำคัญก็คือ การออกแบบ ระบบยางที่ซีลกันน้ำ การวางกลไกและปุ่มกดต่างๆ ทุกอย่างก็ล้วนแต่มีผลทั้งสิ้นครับ