Hello Guest

นากาจับเวลา

  • 5 Replies
  • 626 Views
นากาจับเวลา
« on: April 24, 2021, 11:10:21 am »
ทำไมสมัยก่อน ไซโก้ กับ ซิติเซน มีสายการผลิตนาการะบบออโต้แบบจับเวลาออกมาเยอะจังครับแถมหลายรุ่นซะด้วย แต่สมัยนี้เงียบฉี่จะมีก็แต่ของไซโก้ที่เป็นรุ่นราคาติดเพดานทั้งนั้น

*

Tanz

  • ***
  • 183
    • View Profile
Re: นากาจับเวลา
« Reply #1 on: April 24, 2021, 11:46:00 am »
ตอบท่านพี่แบบคนกันเองเลยนะ^^
ช่วงที่นากาจับเวลาที่พี่พูดถึงน่ะ น่าจะเป็นช่วงปี 1965 - 1975 ช่วงนั้นนากาควอตซ์ออกมาแล้วแต่ยังราคาสูงอยู่เพราะเป็นเทคโนโลยี่ใหม่ ส่วนนากากลไกก็เหมือนหัวรถจักรที่วิ่งไปได้ด้วยแรงเฉื่อย โอกาสของนาฬิกากลไกในขณะนั้นก็คือ มีเครื่อง อะไหล่ มีแผนการผลิตค้างอยู่ ในขณะที่นาฬิกาควอตซ์ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น นาฬิกาส่วนใหญ่ยังเป็นจอแบบตัวเลข ที่เป็นเข็มและจับเวลาได้ยังไม่มี ก็เลยทำให้มีนาฬิกาจับเวลาแบบกลไกออกมาเยอะมาก ส่วนหนึ่งคือการระบายสต๊อคเพื่อเปลี่ยนระบบการผลิตไปเป็นระบบควอตซ์ที่กำลังรุ่ง หลังจากช่วงนั้นแล้วพอเข้าปี 80 นาฬิกาควอตซ์ก็มีทั้ง ดิจิตัล อานาล๊อคทั้งธรรมดาและจับเวลาออกสู่ตลาดเยอะมาก นาฬิกากลไก กลไกจับเวลาก็เริ่มหายไปจากตลาดเพราะโรงงานเปลี่ยนไปผลิตควอตซ์กันหมด จวบจนกระทั่งกระแสนาฬิกากลไกหวลกลับมาอีกครั้ง


การกลับมาของนาฬิกากลไกและกลไกจับเวลา ทำให้โรงงานนาฬิกาต้องตั้งต้นใหม่กับระบบและเครื่องจักรในการผลิตแบบยุคใหม่จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงมาก ดังนั้นนาฬิกากลไกจับเวลาในยุคหลังนี้ถึงได้มีราคาสูงจนเสียดก้อนเมฆ หรือ ทะลุเมฆไปเลยในบางแบรนด์


เรื่องทั้งหมดนี้ขอมอบเครดิตให้กับพี่ช่างที่เล่าให้ฟัง และผมเอามาเล่าต่อครับ จำได้บ้างไม่ได้บ้าง ขออภัยด้วยครับ^^




Re: นากาจับเวลา
« Reply #2 on: April 24, 2021, 12:58:42 pm »
ตอบท่านพี่แบบคนกันเองเลยนะ^^
ช่วงที่นากาจับเวลาที่พี่พูดถึงน่ะ น่าจะเป็นช่วงปี 1965 - 1975 ช่วงนั้นนากาควอตซ์ออกมาแล้วแต่ยังราคาสูงอยู่เพราะเป็นเทคโนโลยี่ใหม่ ส่วนนากากลไกก็เหมือนหัวรถจักรที่วิ่งไปได้ด้วยแรงเฉื่อย โอกาสของนาฬิกากลไกในขณะนั้นก็คือ มีเครื่อง อะไหล่ มีแผนการผลิตค้างอยู่ ในขณะที่นาฬิกาควอตซ์ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น นาฬิกาส่วนใหญ่ยังเป็นจอแบบตัวเลข ที่เป็นเข็มและจับเวลาได้ยังไม่มี ก็เลยทำให้มีนาฬิกาจับเวลาแบบกลไกออกมาเยอะมาก ส่วนหนึ่งคือการระบายสต๊อคเพื่อเปลี่ยนระบบการผลิตไปเป็นระบบควอตซ์ที่กำลังรุ่ง หลังจากช่วงนั้นแล้วพอเข้าปี 80 นาฬิกาควอตซ์ก็มีทั้ง ดิจิตัล อานาล๊อคทั้งธรรมดาและจับเวลาออกสู่ตลาดเยอะมาก นาฬิกากลไก กลไกจับเวลาก็เริ่มหายไปจากตลาดเพราะโรงงานเปลี่ยนไปผลิตควอตซ์กันหมด จวบจนกระทั่งกระแสนาฬิกากลไกหวลกลับมาอีกครั้ง


การกลับมาของนาฬิกากลไกและกลไกจับเวลา ทำให้โรงงานนาฬิกาต้องตั้งต้นใหม่กับระบบและเครื่องจักรในการผลิตแบบยุคใหม่จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงมาก ดังนั้นนาฬิกากลไกจับเวลาในยุคหลังนี้ถึงได้มีราคาสูงจนเสียดก้อนเมฆ หรือ ทะลุเมฆไปเลยในบางแบรนด์


เรื่องทั้งหมดนี้ขอมอบเครดิตให้กับพี่ช่างที่เล่าให้ฟัง และผมเอามาเล่าต่อครับ จำได้บ้างไม่ได้บ้าง ขออภัยด้วยครับ^^
สุดยอดเลยครับพี่ แหม! ถ้าได้เจอพี่นี่ผมจะเลี้ยงเหล้าขาวซักขวดแล้วคุยแต่เรื่องนาฬิกาเรื่องเดียวพอเป็นกับแกล้ม👍👍👍

*

Tanz

  • ***
  • 183
    • View Profile
Re: นากาจับเวลา
« Reply #3 on: April 24, 2021, 02:52:50 pm »
ตอบท่านพี่แบบคนกันเองเลยนะ^^
ช่วงที่นากาจับเวลาที่พี่พูดถึงน่ะ น่าจะเป็นช่วงปี 1965 - 1975 ช่วงนั้นนากาควอตซ์ออกมาแล้วแต่ยังราคาสูงอยู่เพราะเป็นเทคโนโลยี่ใหม่ ส่วนนากากลไกก็เหมือนหัวรถจักรที่วิ่งไปได้ด้วยแรงเฉื่อย โอกาสของนาฬิกากลไกในขณะนั้นก็คือ มีเครื่อง อะไหล่ มีแผนการผลิตค้างอยู่ ในขณะที่นาฬิกาควอตซ์ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น นาฬิกาส่วนใหญ่ยังเป็นจอแบบตัวเลข ที่เป็นเข็มและจับเวลาได้ยังไม่มี ก็เลยทำให้มีนาฬิกาจับเวลาแบบกลไกออกมาเยอะมาก ส่วนหนึ่งคือการระบายสต๊อคเพื่อเปลี่ยนระบบการผลิตไปเป็นระบบควอตซ์ที่กำลังรุ่ง หลังจากช่วงนั้นแล้วพอเข้าปี 80 นาฬิกาควอตซ์ก็มีทั้ง ดิจิตัล อานาล๊อคทั้งธรรมดาและจับเวลาออกสู่ตลาดเยอะมาก นาฬิกากลไก กลไกจับเวลาก็เริ่มหายไปจากตลาดเพราะโรงงานเปลี่ยนไปผลิตควอตซ์กันหมด จวบจนกระทั่งกระแสนาฬิกากลไกหวลกลับมาอีกครั้ง


การกลับมาของนาฬิกากลไกและกลไกจับเวลา ทำให้โรงงานนาฬิกาต้องตั้งต้นใหม่กับระบบและเครื่องจักรในการผลิตแบบยุคใหม่จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงมาก ดังนั้นนาฬิกากลไกจับเวลาในยุคหลังนี้ถึงได้มีราคาสูงจนเสียดก้อนเมฆ หรือ ทะลุเมฆไปเลยในบางแบรนด์


เรื่องทั้งหมดนี้ขอมอบเครดิตให้กับพี่ช่างที่เล่าให้ฟัง และผมเอามาเล่าต่อครับ จำได้บ้างไม่ได้บ้าง ขออภัยด้วยครับ^^
สุดยอดเลยครับพี่ แหม! ถ้าได้เจอพี่นี่ผมจะเลี้ยงเหล้าขาวซักขวดแล้วคุยแต่เรื่องนาฬิกาเรื่องเดียวพอเป็นกับแกล้ม👍👍👍
ได้เลยท่านพี่ ^^
แต่ช่วงนี้อากาศร้อน ขอเปลี่ยนเป็นเบียร์เย็น ๆ แทนละกันนะท่านพี่ อิอิ ^^

Re: นากาจับเวลา
« Reply #4 on: April 25, 2021, 09:38:23 pm »
ในยุคเก่า Seiko มีทั้งมดแดง มดดำ เขาควาย ซึ่งสวยและมีเอกลักษณ์ ในขณะที่ Rolex ยังต้องใช้เครื่องของ Zenith ในรุ่น Chronograph ซึ่งต่อมารุ่นนี้ถูกตั้งชื่อว่า Daytona , และได้รับการยอมรับว่าเป็น King of Rolex sport . ส่วนค่ายญี่ปุ่นเลิกผลิต ผมคิดว่าเนื่องจากตลาดส่วนนี้เล็กมากและกลไกผู้ผลิตใน Swiss ที่มีชื่อเสียงคือ Valjoux 7750 , และ 7751 คุณภาพสูงมากจนค่ายญี่ปุ่นตามไม่ทัน ครั้นจะใช้เครื่องสวิสก็กระไรอยู่ ตลาดก็เล็กเลยไม่เอาดีกว่า
ส่วน Rolex ก็พัฒนาเครื่องของตัวเองจนเลิกใช้เครื่องของ Zenith , ราคา Daytona ก็สูงและขายพ่วงจนสุดจะเอื้อม
ในส่วน Seiko ขาดความโดดเด่นในรุ่น Chronograph จนไม่น่าสนใจ แต่ผมว่าถ้า Seiko ปลุกมดแดง มดดำ และเขาควายมาใหม่ก็ไม่แน่นะครับ ตั้งราคาไม่แพงผมจะอุดหนุนสักเรือน

*

Tanz

  • ***
  • 183
    • View Profile
Re: นากาจับเวลา
« Reply #5 on: April 25, 2021, 10:20:38 pm »
ในยุคเก่า Seiko มีทั้งมดแดง มดดำ เขาควาย ซึ่งสวยและมีเอกลักษณ์ ในขณะที่ Rolex ยังต้องใช้เครื่องของ Zenith ในรุ่น Chronograph ซึ่งต่อมารุ่นนี้ถูกตั้งชื่อว่า Daytona , และได้รับการยอมรับว่าเป็น King of Rolex sport . ส่วนค่ายญี่ปุ่นเลิกผลิต ผมคิดว่าเนื่องจากตลาดส่วนนี้เล็กมากและกลไกผู้ผลิตใน Swiss ที่มีชื่อเสียงคือ Valjoux 7750 , และ 7751 คุณภาพสูงมากจนค่ายญี่ปุ่นตามไม่ทัน ครั้นจะใช้เครื่องสวิสก็กระไรอยู่ ตลาดก็เล็กเลยไม่เอาดีกว่า
ส่วน Rolex ก็พัฒนาเครื่องของตัวเองจนเลิกใช้เครื่องของ Zenith , ราคา Daytona ก็สูงและขายพ่วงจนสุดจะเอื้อม
ในส่วน Seiko ขาดความโดดเด่นในรุ่น Chronograph จนไม่น่าสนใจ แต่ผมว่าถ้า Seiko ปลุกมดแดง มดดำ และเขาควายมาใหม่ก็ไม่แน่นะครับ ตั้งราคาไม่แพงผมจะอุดหนุนสักเรือน


เล่าต่ออีกนิดนึงครับ เพิ่งจะจำที่พี่ช่างเล่าให้ฟังตอนอ่านคอมเม้นนี้แหละครับ ^^
คือ เริ่มเอาช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองเลยนะครับ ตอนเลิกสงครามคือปี 1945 ตอนนั้นอุตสาหกรรมอะไรก็เละเทะไปหมดครับ เหลือแค่สวิสเท่านั้นที่เสียหายน้อยกว่าชาวบ้าน ก็เลยเป็นเรื่องดีทำให้ความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมนาฬิกาเฟื่องฟู และนาฬิกาจับเวลาก็เริ่มที่จะกลับมาอีกครั้ง ความเฟื่องฟูนี้ถึงขนาดว่าจะมีการจัดงานประกวดกลไกนาฬิกากัน ตรงนี้ผมจำไม่ได้ว่าเป็นปีละครั้งหรือเปล่าน่ะครับ หลังจากที่หลาย ๆ ประเทศเริ่มฟื้นตัวจากสงคราม นาฬิกาจับเวลาก็เริ่มเป็นที่นิยมขึ้นเรื่อย ๆ ญี่ปุ่นเป็นชาติหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสงครามหนักมาก พอเริ่มจะฟื้นตัวก็ส่งคนญี่ปุ่นที่มีความสามารถไปเรียนรู้เทคโนโลยี่อุตสาหกรรมของชาติต่าง ๆ เพื่อเอามาใช้พัฒนาประเทศของตนเอง หนึ่งในหลาย ๆ ประเทศนั้นก็คือสวิสนี่เอง ความรู้ด้านการผลิตนาฬิกาจึงถูกนำมาใช้และต่อยอดในญี่ปุ่นกลายเป็นแบรนด์นาฬิกาสำคัญของญี่ปุ่นสองแบรนด์นี้ไป แต่ญี่ปุ่นไม่ได้แค่เรียนรู้และเรียนแบบแต่ต่อยอดไปด้วย มันจึงกลายมาเป็นที่มาของนาฬิกาจับเวลารุ่นต่าง ๆ เพื่อทำชายแข่งกับสวิสในราคาที่ถูกกว่า  ถ้าผมจำไม่ผิด ในปี 1969 หรือ 1970 ปีนั้นมีงานประกวดกลไกนาฬิกาที่สวิส และกลไกที่ได้รางวัลที่ 1 และ 2 คือ เซนิท เอลฟริมิโอ กับกลไก 7750 นี่แหละครับ แต่ทั้งสองกลไกยังไม่ทันได้ออกสู่ตลาดแบบเต็มตัวก็พอดีเกิดวิกฤติควอตซ์ขึ้นเสียก่อน ผลก็คือทำให้กลไกสุดยอดทั้งสองต้องค้างคาและปิดโรงงานไป ส่วนทางฝั่งญี่ปุ่นเอง การผลิตเครื่องจับเวลาก็คือรุ่นที่ท่านว่ามานั้นแหละครับ กำลังอยู่ในสายการผลิต แต่ก็คงไม่คาดคิดเหมือนกันว่าจะโดนวิกฤติควอตซ์นี้กลับมาเล่นงานตัวเอง แต่ชาวญี่ปุ่นนั้นปรับตัวง่ายและใจสู้ ดังนั้นในช่วงนั้นจึงถือว่าเป็นการ เลหลัง เพื่อ เปลี่ยนระบบการผลิตไปในตัว ซึ่งถึงจะเสียหายไปบ้าง แต่ก็ได้ผลกำไรจากระบบการผลิตนาฬิกาควอตซ์มาทดแทนครับ