Hello Guest

เกาะเทเนริฟแห่งคานารีใน 18 รูป

  • 20 Replies
  • 564 Views
เพื่อช่วยสร้างให้บรรยากาศเก่าๆ กลับมา ผมจึงขอประเดิมด้วยกระทู้ "สยามนาฬิกาพาเที่ยว" กระทู้แรกของบ้านใหม่สำหรับครอบครัวเก่านี้แล้วกันนะครับ



เมื่อราวสองเดือนก่อนผมได้รับแจ้งว่าจะต้องไปทำข่าวที่เทเนริฟ ผมก็แบบ ที่ไหนเหรอ ชื่อคุ้นๆ แต่ไม่รู้จัก พอเขาบอกว่าเป็นเกาะหนึ่งในหมู่เกาะคานารีผมก็เลยร้องอ๋อ ก่อนไปก็ทำการบ้านเล็กน้อยพอประดับสมองและพอให้ตัวเองมีความพร้อม จึงได้รู้ว่าหมู่เกาะคานารีที่จริงเป็นอาณานิคมของสเปนซึ่งไม่ได้อยู่ใกล้สเปน ถ้าเปิดแผนที่ดูจะเห็นหมู่เกาะนี้ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา นอกชายฝั่งของประเทศโมร็อคโค คนท้องถิ่นเกือบทั้งหมดเป็นคนสเปน ภาษาและป้ายต่างๆ เป็นภาษาสเปน เรื่องวีซ่าก็ใช้วีซ่าเชงเก้นเพราะว่านี่คือสเปน

การเดินทางจากประเทศไทยต้องบินอะไรก็ได้จากกรุงเทพไปยุโรป จากนั้นจึงต่อเครื่องของสายการบินระดับภูมิภาคอีกราว 5 ชั่วโมงไปจากปารีส ซูริค แฟรงค์เฟิร์ตหรืออะไรก็ตาม เท่าที่ผมเห็นว่าสะดวกที่สุดและใช้สายการบินเดียวยาวไปเลยคือ Austrian Airlines เพราะมีไฟลท์กรุงเทพ-เวียนนาน่าจะทุกวันอยู่แล้วและมีไฟลท์เวียนนา-เทเนริฟบางวัน แต่ในกรณีของผมเนื่องจากต้องไปทำงานในวันที่กำหนดเท่านั้น ขยับวันให้ตรงกับไฟลท์ไม่ได้ หวยจึงออกในรูปแบบการบินไทยไปเยอรมนีแล้วต่อเครื่อง Condor ไปเทเนริฟ ขากลับก็ย้อนเส้นทางเดิม ผมไม่แนะนำวิธีนี้เพราะว่าไม่สามารถทำธรูเช็คกระเป๋าได้ ไปถึงเยอรมนีแล้วต้องรับกระเป๋าแล้วไปเช็คอินใหม่ ทำให้ต้องเร่งรีบและไม่สะดวกเวลาต่อเครื่อง

ทั้งนี้และทั้งนั้น พอไปถึงแล้วได้เห็นวิวแปลกตา มีหน้าผา มีทะเล มีน้ำสีน้ำเงินเข้มๆ อย่างนี้แล้วก็หายเหนื่อยนะครับ นี่คือหาดอาบาม่าที่มีลักษณะเป็นเวิ้งที่ขนาบข้าง



ผมเดินทางช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม อุณหภูมิตอนกลางวันราว 20-25 องศาเซลเซียสแล้วแต่ระดับความสูง ณ เวลานั้น กลางคืนถ้าอยู่บนเขาก็ซัก 10 องศาเซลเซียสน่าจะได้ แต่เวลาอยู่ตามหาดนี่ตีให้สัก 15 องศาเซลเซียสครับ ไม่ได้เช็คละเอียด รู้แค่ว่าเย็นๆ



การเดินทางบนเกาะคงต้องพึ่งรถเช่าเป็นหลัก ไม่ว่าจะขับเองหรือมีคนขับให้ ที่นี่พวงมาลัยอยู่ฝั่งซ้ายของรถ และขับบนฝั่งขวาของถนน ในภาพนี้เป็นถนนนอกตัวเมืองที่จะพาไปยังภูเขาไฟเทเดที่อยู่กลางเกาะจึงค่อนข้างแคบและคดเคี้ยว บางจุดมีน่ากลัวบ้างแต่ถ้าขับมาด้วยความเร็วปกติก็ไม่มีปัญหาเพราะเขาคิดมุมมาดี ไม่มีลาดชันจนต้องใช้เกียร์ต่ำ



ที่เห็นอยู่ไกลสุดนั้นนั่นแหละครับ ภูเขาไฟเทเด (Teide) ซึ่งมียอดสูง 3,718 เมตรจากระดับน้ำทะเล ปะทุครั้งสุดท้ายเมื่อปี ค.ศ. 1909 นักท่องเที่ยวสามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปได้ ถ้าเพ่งในรูปนี้จะเห็นเสาของกระเช้าทางด้านซ้ายของยอดเขา และถ้าคุณมองทางด้านขวาของรูปก็จะพอเห็นแนวเมฆแล้ว เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า ...



... ขณะที่ผมยืนถ่ายรูปเขาเทเดนั้น ตัวผมเองยืนอยู่ที่หอดูดาวแห่งเกาะเทเนรีฟบนยอดเขาอีกแห่งหนึ่งที่ระดับความสูง 2,390 เมตรจากน้ำทะเลอยู่แล้ว หากจะเปรียบเทียบกับบ้านเราก็เตี้ยกว่าดอยอินทนนท์ที่ 2,565 เมตรเล็กน้อยแต่สูงกว่าดอยอ่างขางที่ 1,400 เมตรเยอะ แต่ไม่รู้ล่ะ ด้วยความที่ตอนนั้นมีเมฆมาลอยอยู่ตรงหน้า ไม่ว่าอย่างไรเราก็รู้สึกพิเศษอย่างที่บรรยายเป็นคำพูดได้ยาก



หลังจากที่ทำธุระเรื่องงานเสร็จ เจ้าภาพของผมก็บอกทุกคนว่าให้รีบขึ้นรถเพราะจะพาลงไปจุดชมพระอาทิตย์ตกกัน อยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเทเดนั่นแหละ แนวหินที่เห็นนี้มีชื่อว่าโรเคสเดอการ์เซีย (Roques de Garcia) อย่าถามผมว่ามันมีความสำคัญอย่างไรเพราะผมไม่รู้ ตอนไปถึงกดได้สามรูปก็หมดเวลาครับ พระอาทิตย์ลับลงไปด้านหลังหินพอดี นี่คือรูปแรกจากสามรูปที่ว่า



ระหว่างรอกินข้าวเย็นก็ได้แถมอีกหนึ่งรูป กล้องจัดสีให้ดราม่ามากๆ ตอนมองด้วยตาเปล่ามันม่วงน้อยกว่านี้หน่อยนึง แต่มีความม่วงจริง และด้วยความที่เป็นมุมกว้างกว่ารูปแรกจึงทำให้ติดหินมีชื่อของเกาะนี้อีกก้อนคือโรเคซินชาโด (Roque Cinchado) ก้อนขวาสุดที่ในเน็ทเขาบอกว่าวันหนึ่งอาจล้มลงมาได้เนื่องจากฐานถูกกัดกร่อนโดยสภาพภูมิอากาศไปเรื่อยๆ



วันถัดมาเป็นวันเที่ยวอย่างเดียวจริงๆ ไม่มีงานผสมเลย เจ้าภาพให้แขกเลือกก่อนมาว่าจะนั่งเรือออกไปเที่ยวรอบเกาะหรือจะนั่งรถจี๊ปเที่ยวในเกาะ ผมเลือกนั่งรถจี๊ปเพราะคิดว่าทะเลข้างนอกก็คงไม่มีอะไรนัก ดูอะไรบนเกาะน่าจะดีกว่า สรุปว่าผมเป็นชนกลุ่มน้อย มีแค่ผมกับคนจีนสามคนและคนฝรั่งเศสอีกคนเท่านั้นที่เลือกนั่งรถเที่ยว นักข่าวอื่นอีกราว 20 คนเลือกลงเรือหมดเลย

เรานั่งรถจากที่พักทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะตัดขึ้นมาทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะเพื่อเดินเล่นและกินข้าว ที่เห็นเขียวๆ ทั้งหมดนั้นคือกล้วยครับ เกาะนี้ปลูกกล้วยเยอะมาก ส่งออกปีละกี่ตันฟังมาจำไม่ได้แล้ว ที่จำได้คือมีไวน์กล้วยด้วย สีเหมือนไวน์องุ่น รสเกือบเหมือนไวน์องุ่นแต่ติดหวานมากกว่าและกลิ่นกล๊วยกล้วย



หลังจากออกจากโรงแรมมาได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง เราก็มาถึงเมืองการาชิโก้ (Garachico) เมืองท่าแห่งแรกของเกาะเทเนริฟซึ่งมีประวัติย้อนกลับไปได้ถึงศตวรรษที่ 16



ร้านค้าริมหน้าอ่าวก็จะหน้าตาประมาณนี้



นักท่องเที่ยวที่มาเกาะนี้ส่วนมากเป็นคนอังกฤษ รองลงมาได้แก่เยอรมันและโปลิช เวลาอยู่ที่นี่ได้ยินคนพูดภาษารัสเซียบ้าง ผมอยู่บนเกาะนี้สามคืน ไม่เห็นนักท่องเที่ยวหัวดำเลยแม้แต่คนเดียวถ้าไม่นับคนในกลุ่มตัวเอง แต่จากการพูดคุยกับคนรถของผม เขาบอกว่าคนเอเชียก็มีแต่น้อย เขาว่าเขาได้ขับรถให้คนญี่ปุ่นบ้าง เกาหลีบ้าง ประมาณนี้



เดินอยู่ในย่านเมืองเก่านี้หลายจุดให้อารมณ์คล้ายเวลาเดินอยู่ในมาเก๊า พวกที่สีจี๊ดๆ ก็พอมีให้เห็นบ้างเป็นระยะ



หันขึ้นไปเห็นกระจกหัวมุมถนนก็เลยกดไปสองรูปโดยไม่ได้คิดอะไร จากนั้นเดินต่อไปกินข้าวร้านใกล้กัน



พอเดินออกมาถึงหัวมุมที่มีกระจกอีกครั้งถึงเห็นอีกฝั่งหนึ่งของตึกนั้น รู้สึกว่าคุ้นตามากถึงมากที่สุดเหมือนเคยเห็นในรายการเรียลิตี้ทีวีของเกาหลี คนในร้านเห็นเรายืนมองอยู่จึงออกมาชวนเข้าไปนั่ง แต่เราบอกว่าต้องเดินทางต่อแล้ว แค่ยืนคิดอยู่ว่าใช่ร้านในรายการหรือเปล่า เขาก็บอกว่าใช่แล้ว ถือเป็นเรื่องที่ทำให้ประหลาดใจมาก เพราะตอนที่ดูรายการนั้นก็รู้แหละว่าคือเป็นร้านบนเกาะในสเปน แต่ไม่ได้จำว่าเขาพูดว่าชื่อเมืองอะไรบนเกาะอะไร ไอ้เราก็นึกว่าเป็นเกาะใกล้สเปนแผ่นดินใหญ่ ไม่ได้คิดว่าจะมาไกลถึงตรงนี้และเราจะบังเอิญมาเจออย่างนี้



ค่ำวันสุดท้ายเจ้าภาพจัดโต๊ะเลี้ยงอำลาแขกริมหาดข้างโรงแรมที่ว่าเป็นเวิ้งระหว่างหน้าผา นานๆ ทีจะได้ไปทะเลแล้วรู้สึกว่าเย็นครับ



มีฝรั่งคนหนึ่งถามเชฟว่าหอยนางรมนี้เป็นของท้องถิ่นหรือเปล่า เชฟตอบว่าหอยนางรมมาจากฝรั่งเศส ฝรั่งก็หัวเราะแล้วบอกว่าทำไมฉันมาไกลจากยุโรปแล้วถึงไม่ได้กินของท้องถิ่นนะ ก็ขำๆ กันไป



สรุปว่าประทับใจในความสวยงาม แต่ไกลเหลือเกิน ใช้เวลาเดินทางไปจากกรุงเทพเท่ากับไปแอลเอทีเดียว ผมว่าถ้าจะเอาความทะเลความเกาะ ไปมัลดีฟส์ง่ายกว่าเยอะ ใกล้นิดเดียว หรือถ้าจะเอาแบบให้มีเมืองชายฝั่ง มีอาคารบนเกาะหรือริมทะเลก็แถวเมดิเตอเรเนียนก็น่าจะพอ เอาว่าถ้าพวกที่ใกล้หรือไปง่ายนี่คุณไปมาหมดแล้วก็ค่อยลองไปหมู่เกาะคานารีก็แล้วกัน หรือถ้าพอดีคุณจะไปโมร็อคโคอยู่แล้วนั่นก็ควรพ่วงไปคานารีด้วยเลยให้จบๆ ไป ไหนๆ ก็อยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว ทำไมจะไม่ไปเป็นประสบการณ์ ส่วนตัวผมเองไม่ใช่คนมีเงินมากมาย ให้มาเที่ยวอย่างนี้เองคงไม่ไหว นี่ก็มีบุญได้มาเพราะงานจริงๆ



และก่อนที่ใครจะถาม ตอบไว้ก่อนเลยว่าทุกรูปถ่ายด้วยกล้อง Fuji X-T1 ในโหมดสีฟิล์ม Velvia และใช้เลนส์ 18-135/3.5-5.6 ครับ

ขอบคุณครับ

รูปสวย มุมดี น่าไปเทียวจัง เสียอย่างเดียว ไม่มีเงินไป อิ อิ

ตามมาชูป้ายไฟฮะ เป็นพี่หมี fc 😄 :)

ภาพสวยเรื่องแจ๋วมากๆครับ

รักที่สุดเลยครับโพสเที่ยวกินของจิปาถะ

*

Filet

  • *
  • 17
    • View Profile
เสียดายไม่ได้ดื่มน้ำท่อมท้องถิ่นนะครับ...พลาดแล้วคุณ ;D

*

Giggy

  • *
  • 11
    • View Profile
FC ตามมาชูป้ายไฟอีกรอบค่ะ

ว่าแต่ ขาดรูปสาวท้องถิ่น อิอิ  ;D

เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้ง ที่ผมอ่านหนังสือเกิน 8 บรรทัด ข้อมูลแน่นรูปสวยจริงๆ ครับ #รักแอดหมี ^^

อ่านเพลินเลยครับ วิวสวยงาม ภาพสวย :D


ภาพสวยมากๆครับ


*

Pui

  • *
  • 9
  • Nothing is permanent
    • View Profile
ขอบคุณที่พาชมครับ
Nothing is permanent

งามมากๆครับ

*

Net

  • *
  • 22
  • #ทีมทายาท
    • View Profile
ถึงจะบอกว่าสถานที่สวยถ่ายยังไงก็สวย แต่ผมขอเถียงว่าไม่จริงพี่หมีถ่ายสวยจริงๆครับ

ชอบกระทู้แบบนี้จังครับ😊

*

michael

  • *
  • 18
  • หลงอยู่ในกาลเวลา
    • View Profile
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวและภาพแจ่มๆครับ บก.
พบกันน้อยนิด จากกันเนิ่นนาน